ขณะนี้เมียนมากำลังจัดการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุรัฐประหารปี 2021 และแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยรัฐบาลทหารอ้างว่าจะนำเสถียรภาพกลับมาสู่เมียนมา
ล่าสุด ผลการเลือกตั้งเฟสแรกบางส่วนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ชี้ว่า พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ซึ่งเป็นตัวแทนกองทัพเมียนมา นำโดยบรรดาอดีตนายพล ชนะ 38 ที่นั่ง จาก 40 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติรัฐฉานเพื่อประชาธิปไตย และพรรคเอกภาพมอญ ได้พรรคละ 1 ที่นั่ง
นอกจากนี้ พรรค USDP ยังคว้า 14 ที่นั่ง จาก 15 ที่นั่งในสภาภูมิภาค โดยอีกที่นั่งเป็นของพรรคชาติพัฒนาอาข่า ส่วนวุฒิสภา มีการประกาศผลเพียง 1 ที่นั่ง ซึ่งตกเป็นของพรรคว้าแห่งชาติ
ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาไม่ได้เปิดเผยจำนวนเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่มีการลงคะแนนในเฟสแรก แต่เลือกที่จะทยอยประกาศผลเป็นเขต ๆ
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารเมียนมาระบุว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 52% หรือราวครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งเฟสแรก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากมูลนิธินานาชาติเพื่อระบบการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าอัตราผู้มาใช้สิทธิราว 70% ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2020 และ 2015
การเลือกตั้งอีกสองระยะจะมีขึ้นในวันที่ 11 และ 25 ม.ค. ครอบคลุม 265 เขต จากทั้งหมด 330 เขตทั่วประเทศ ซึ่งในบางพื้นที่รัฐบาลทหารยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ยังไม่มีการกำหนดวันประกาศผลการเลือกตั้งขั้นสุดท้าย
การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสหประชาชาติ ประเทศตะวันตกบางประเทศ และกลุ่มสิทธิมนุษยชน เนื่องจากพรรคการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลทหารไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม ขณะที่การวิจารณ์การเลือกตั้งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ความพยายามของรัฐบาลทหารในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพท่ามกลางภาวะสงครามเต็มไปด้วยความเสี่ยง และการได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากต่างประเทศก็แทบเป็นไปไม่ได้ สำหรับรัฐบาลที่ถูกควบคุมโดยกองทัพ แม้จะมีภาพลักษณ์แบบรัฐบาลพลเรือนก็ตาม