ตั้งแต่ปลายปี 2568 เป็นต้นมา กลุ่มพระภิกษุสงฆ์นับสิบรูปและสุนัขตัวหนึ่งได้สร้างความประทับใจให้กับชาวอเมริกันทั่วประเทศสหรัฐฯ หลังออกธุดงค์เดินเรียงแถวไปตามถนนชนบทและทางหลวงทั่วภาคใต้ของสหรัฐฯ โดยมีประชาชนจำนวนมากออกมาต้อนรับพวกท่านตลอดเส้นทาง
ในชุดจีวรสีเหลืองอมส้มและสีเหลืองอ่อน พระภิกษุเหล่านั้นกำลัง “เดินเพื่อสันติภาพ” (Walk For Peace) ซึ่งเป็นความพยายามของกลุ่มคณะสงฆ์จากหลายประเทศที่ต้องการเรียกร้องสันติภาพ
การเดินเพื่อสันติภาพเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกครั้งแรกเมื่อปี 2562 โดย “หลวงพี่หมี” พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการพระธุดงค์สันติภาพโลก อดีตเลขารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินเพื่อสันติภาพในสหรัฐฯ เป็นเวลายาวนาน 121 วัน รวมระยะทาง 5,042 กิโลเมตร
หลังจากนั้นมา ทุก ๆ ปีคณะพระธุดงค์สันติภาพโลกจะออกเดินทางจากสถานที่ต่าง ๆ เช่น เอเชีย ยุโรป ฯลฯ เป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร เพื่อบำเพ็ญเพียรและรณรงค์สันติภาพไปพร้อมกัน
สำหรับการเดินเพื่อสันติภาพครั้งล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสอยู่นี้ ได้รับการพูดถึงอย่างมากเนื่องจากดูเหมือนจะเป็นการพักผ่อนจากความขัดแย้ง ความเจ็บปวด และการเมืองที่แบ่งแยกประเทศสหรัฐฯ รวมถึงความน่ารักของน้องสุนัข “อาโลกะ” (Aloka) ที่ติดสอยห้อยตามคณะธุดงค์มาด้วย
จากเท็กซัสสู่วอชิงตัน ดี.ซี.
การเดินทางครั้งนี้ของคณะสงฆ์ 19 รูป เริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 ที่วัดพุทธเวียดนามแห่งหนึ่งในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส โดยจะเดินผ่าน 10 รัฐ และมีกำหนดสิ้นสุดในกลางเดือน ก.พ. ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ รวมระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร
โดยหลังจากเดินทางถึงจุดหมาย คณะสงฆ์มีเป้าหมายจะขอให้รัฐสภาประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ และนอกเหนือจากการส่งเสริมสันติภาพแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเชื่อมต่อกับผู้คนตลอดเส้นทาง
“พระปัณณกราภิกขุ“ (Bhikkhu Pannakara) ผู้นำคณะครั้งนี้ กล่าวว่า “ความหวังของอาตมาคือ เมื่อการเดินเท้าครั้งนี้สิ้นสุดลง ผู้คนที่เราได้พบเจอจะยังคงฝึกฝนสติและค้นพบความสงบสุขต่อไป”
ท่านสอนเกี่ยวกับสติ การให้อภัย และการเยียวยาในทุกจุดที่แวะพัก โดยคณะสงฆ์เลือกจะพักในเต็นท์ที่กางกลางแจ้งทุกคืน และท่านรู้สึกประหลาดใจที่เห็นว่าข้อความของพวกท่านก้าวข้ามอุดมการณ์ต่าง ๆ ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มารวมตัวกันที่โบสถ์ ศาลากลาง และจัตุรัสกลางเมืองใน 6 รัฐ
พวกท่านบันทึกการเดินทางลงบนโซเชียลมีเดีย และรวมถึงสุนัข อาโลกะ ด้วย ทำให้มีผู้ติดตามออนไลน์หลายล้านคน
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ผู้คนหลายพันคนแห่กันไปที่โคลัมเบีย รัฐเซาท์แคโรไลนา ที่ซึ่งเหล่าพระสงฆ์สวดมนต์บนบันไดของอาคารว่าการ และได้รับประกาศเกียรติคุณจากนายกเทศมนตรีของเมือง แดเนียล ริกเคนแมนน์
ก่อนหน้านั้นในวันที่ 8 ม.ค. ที่เมืองซาลูดา รัฐเซาท์แคโรไลนา ออเดรีย เพียร์ซ ได้เข้าร่วมกับฝูงชนที่เรียงรายอยู่ตามถนนสายหลัก เธอขับรถมา 4 ชั่วโมงจากหมู่บ้านลิตเติลริเวอร์ และน้ำตาไหลเมื่อพระปัณณกราภิกขุให้ดอกไม้แก่เธอ
เพียร์ซบอกว่าเธอไม่ได้นับถือศาสนา แต่กล่าวว่า “มีเรื่องที่น่าเศร้าและสะเทือนใจเกิดขึ้นในประเทศของเราทุกวัน ฉันมองเข้าไปในดวงตาของพวกท่านและฉันเห็นความสงบ พวกท่านทรมานร่างกายอย่างหนัก แต่พวกเขากลับเปล่งประกายความสงบออกมา”
ในการเดินทางของพวกท่านยังมีอันตราย โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ขณะที่พระภิกษุกำลังเดินอยู่บนทางหลวงหมายเลข 90 ใกล้เมืองเดย์ตัน รัฐเท็กซัส รถนำทางของพวกท่านถูกรถบรรทุกขับชน ทำให้พระภิกษุ 2 รูปได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นเสียขาไป ทำให้คณะสงฆ์เหลือเพียง 18 คน
แสงแห่งศรัทธา
นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของพระปัณณกราภิกขุในสหรัฐฯ แต่ท่านเคยเดินเท้าข้ามประเทศในเอเชียใต้มาแล้วหลายประเทศ รวมถึงการเดินทาง 112 วันข้ามอินเดียในปี 2565 ซึ่งเป็นที่ที่ได้พบกับอาโลกะ สุนัขจรจัดอินเดีย ซึ่งชื่อของมันมีความหมายว่า “แสงศักดิ์สิทธิ์” ในภาษาสันสกฤต
ในตอนนั้นมันเป็นสุนัขจรจัด มันได้ติดตามท่านและพระภิกษุรูปอื่น ๆ จากเมืองโกลกาตาทางตะวันออกของอินเดียไปจนถึงชายแดนเนปาล ในช่วงหนึ่ง มันล้มป่วยอย่างหนัก และพระปัณณกราภิกขุได้อุ้มมันขึ้นมาดูแลจนกระทั่งมันหายดี ตอนนี้ อาโลกะเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านก้าวต่อไปเมื่อรู้สึกอยากจะยอมแพ้
“ผมตั้งชื่อมันว่าแสง เพราะผมอยากให้มันได้พบกับแสงแห่งปัญญา” พระปัณณกราภิกขุกล่าว
ตอนนี้พระภิกษุหลายรูปต้องใส่รองเท้าหรือพันผ้าอย่างหนาแน่น เพราะพวกท่านเหยียบทั้งก้อนหิน ตะปู และเศษแก้วระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม พระปัณณกราภิกขุบอกว่า การฝึกสติทำให้ท่านมีความสุขแม้จะเจ็บปวดจากบาดแผลเหล่านี้
ถึงกระนั้น การเดินทางข้ามภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ก็เต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่เหมือนเส้นทางอื่น และการเดินเท้าวันแล้ววันเล่าก็เป็นเรื่องที่ทรหดมาก
“ในอินเดีย เราสามารถใช้ทางลัดผ่านทุ่งนาและไร่นาได้ แต่ที่นี่เราทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะมีที่ดินส่วนตัวอยู่มากมาย แต่สิ่งที่ทำให้มันงดงามก็คือ การที่ผู้คนต้อนรับและดูแลเรา แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเราเป็นใครและเราเชื่ออะไร” พระปัณณกราภิกขุกล่าว
ในโอเปลิกา รัฐแอละบามา บาทหลวงแพทริก ฮิตช์แมน-เครก ได้ต้อนรับคณะสงฆ์ในคืนวันคริสต์มาสที่โบสถ์เมโธดิสต์
เขาคาดว่าจะเห็นผู้คนเพียงเล็กน้อย แต่กลับมีผู้คนมาร่วมงานประมาณ 1,000 คน ทำให้บรรยากาศเหมือนงานเลี้ยงสังสรรค์ในละแวกบ้าน เขาบอกว่าคณะสงฆ์ดูเหมือนโหราจารย์ที่ปรากฏตัวในวันเกิดของพระคริสต์
“ใครก็ตามที่ทำงานเพื่อสันติภาพในโลกในแบบที่เปิดเผยและเสียสละ ถือว่ากำลังยืนอยู่ใกล้พระหทัยของพระเยซู ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือศาสนาเดียวกับเราหรือไม่ก็ตาม ผมรู้สึกทึ่งกับจำนวนผู้คนและความหลากหลายของผู้คนที่มาร่วมงาน” ฮิตช์แมน-เครก กล่าว
หลังจากค้างคืนบนสนามหญ้าของโบสถ์แล้ว เหล่าคณะสงฆ์ก็เดินทางมาถึงฟาร์มคอลลินส์ในเมืองคัสเซตา รัฐแอละบามา ในช่วงบ่ายวันรุ่งขึ้น จูดี้ คอลลินส์ อัลเลน ซึ่งพ่อและพี่ชายของเธอเป็นเจ้าของฟาร์ม กล่าวว่ามีผู้คนประมาณ 200 คนมาร่วมต้อนรับคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
“บรรยากาศสงบ อบอุ่น และให้ความรู้สึกเป็นชุมชนเดียวกันในหมู่ผู้คนที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และนั่นเป็นสิ่งที่พิเศษมาก” เธอกล่าว
ความสงบสุขในโลกที่โกลาหล
พระปัณณกราภิกขุย้ำว่า เป้าหมายหลักของพวกท่านคือการช่วยให้ผู้คนบรรลุความสงบสุขในชีวิต
สื่อนอกระบุว่า คณะสงฆ์เหล่านี้ฝึกฝนและสอนวิปัสสนา ซึ่งเป็นเทคนิคโบราณที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้เป็นแก่นหลักในการบรรลุธรรม โดยเน้นที่ความเชื่อมโยงระหว่างจิตและกาย การสังเกตลมหายใจและความรู้สึกทางกายเพื่อเข้าใจความเป็นจริง ความไม่เที่ยง และความทุกข์ พระภิกษุบางรูป รวมทั้งพระปัณณกราภิกขุ เดินเท้าเปล่าเพื่อสัมผัสพื้นดินโดยตรงและอยู่กับปัจจุบันขณะ
พระปัณณกราภิกขุได้กล่าวกับฝูงชนที่มารวมตัวกันว่า พวกท่านไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะชักชวนให้ผู้คนหันมานับถือพุทธศาสนา
บรูค เชดเน็ก ศาสตราจารย์ด้านศาสนาจากวิทยาลัยโรดส์ในเมมฟิส รัฐเทนเนสซี กล่าวว่า ประเพณีการเดินเพื่อสันติภาพในพุทธศาสนาเถรวาทเริ่มต้นขึ้นในทศวรรษ 1990 เมื่อพระมหาโฆษณนันท พระภิกษุชาวกัมพูชา นำขบวนเดินข้ามพื้นที่ที่ถูกทำลายจากสงครามและเต็มไปด้วยกับดักระเบิด เพื่อส่งเสริมการเยียวยาประเทศชาติหลังสงครามกลางเมืองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศของท่าน
“การเดินเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายศรัทธาให้กับผู้คนอย่างแท้จริง เจตนาหลักคือเพื่อให้ผู้อื่นได้ชมและได้รับแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ผ่านคำพูด แต่ผ่านความเต็มใจที่จะเสียสละด้วยการเดินและแสดงตนให้เห็น” เชดเน็กกล่าว
ทั้งนี้ หลวงพี่หมีเปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ คณะพระธุดงค์สันติภาพโลก มีแผนจะเดินเพื่อสันติภาพจากกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ไปจนเหนือสุด ของทวีปยุโรป ที่แหลมเหนือ ประเทศนอร์เวย์
เรียบเรียงจาก Associated Press