เจ้าหน้าที่เขตการศึกษา Columbia Heights Public School District ชานเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ได้ควบคุมตัวเด็กชายชาวมินนิโซตาวัย 5 ขวบ ขณะที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านจากโรงเรียน และนำตัวเขาและพ่อไปที่ศูนย์กักกันในรัฐเท็กซัส
เลียม รามอส เด็กชายวัยอนุบาล และพ่อของเขา ถูกควบคุมตัวขณะอยู่ในบริเวณทางเข้าบ้าน
ซีนา สเตนวิก ผู้อำนวยการเขตการศึกษา Columbia Heights กล่าวในการแถลงข่าวว่า เลียม ซึ่งเพิ่งอายุครบ 5 ขวบ เป็นหนึ่งในเด็ก 4 คนในเขตการศึกษาที่ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ควบคุมตัวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลทรัมป์เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในรัฐนี้
สเตนวิกบอกว่า เลียมและพ่อของเขาเพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อถูกควบคุมตัว โดยเธอขับรถไปที่บ้านเมื่อทราบข่าวการควบคุมตัว
เมื่อเธอมาถึง สเตนวิกกล่าวว่า รถของพ่อเลียมยังคงติดเครื่องอยู่ และพ่อกับเลียมถูกจับกุมตัวแล้ว เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพาเลียมออกจากรถ พาเด็กชายไปที่ประตูหน้าบ้าน และสั่งให้เขาเคาะประตูเพื่อขอเข้าไปข้างใน “เพื่อดูว่ามีใครอยู่บ้านหรือไม่ หรือก็คือการใช้เด็กอายุ 5 ขวบเป็นเหยื่อล่อ”
สเตนวิกกล่าวว่า ผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นอยู่ข้างนอกขณะเกิดเหตุการณ์ จึงไม่ได้ถูกคุมตัว ส่วนพี่ชายของเลียม ซึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น กลับมาบ้าน 20 นาทีต่อมาและพบว่าพ่อและน้องชายหายไป
มาร์ก โปรโคช ทนายความที่เป็นตัวแทนของครอบครัว กล่าวว่า ครอบครัวนี้มีคดีขอลี้ภัยที่กำลังดำเนินการอยู่ และได้แสดงเอกสารว่าเลียมและพ่อเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างเป็นทางการ
โปรโคชบอกว่า “ครอบครัวนี้ทำทุกอย่างที่ควรทำตามกฎที่กำหนดไว้ พวกเขาไม่ได้เข้ามาที่นี่อย่างผิดกฎหมาย พวกเขาไม่ใช่อาชญากร”
เขาเสริมว่า ยังไม่มีคำสั่งเนรเทศเลียมและพ่อ และเชื่อว่าพวกเขายังคงอยู่ด้วยกันในศูนย์กักกัน
เจ้าหน้าที่โรงเรียนได้เผยแพร่ภาพถ่ายสองภาพของเหตุการณ์ดังกล่าว ภาพหนึ่งแสดงให้เห็นเลียม สวมหมวกไหมพรมสีน้ำเงิน ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเขาโดยมีเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอยู่ข้าง ๆ และอีกภาพหนึ่งแสดงให้เห็นเลียมยืนอยู่ข้างรถโดยมีชายคนหนึ่งจับกระเป๋าเป้ของเขาไว้
“ทำไมต้องควบคุมตัวเด็กอายุห้าขวบ? คุณไม่สามารถพูดว่าเด็กคนนี้ถูกจัดว่าเป็นอาชญากรที่ใช้ความรุนแรง” สเตนวิกกล่าว
ทริเซีย แม็กลาฟลิน ผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 21 ม.ค. ว่า ICE กำลังดำเนินปฏิบัติการเฉพาะเจาะจงเพื่อจับกุมพ่อของเลียม ซึ่งเธอเรียกว่าเป็น “คนต่างด้าวผิดกฎหมาย”
เธอบอกว่า “ICE ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไปที่เด็ก” และยังกล่าวหาว่า “พ่อวิ่งหนีไปโดยทิ้งลูกไว้” พร้อมบอกว่า “เพื่อความปลอดภัยของเด็ก เจ้าหน้าที่ ICE คนหนึ่งจึงอยู่กับเด็กในขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ จับกุมพ่อของเขา”
เธอเสริมว่า “ทาง ICE จะสอบถามผู้ปกครองว่าต้องการให้พาเด็กไปด้วยหรือไม่ หรือจะนำเด็กไปไว้กับบุคคลที่ปลอดภัยซึ่งผู้ปกครองกำหนด”
ด้านครูของเลียม ซึ่งแสดงความตกใจต่อการควบคุมตัวเด็กชาย กล่าวว่า “เลียมเป็นนักเรียนที่ฉลาด เขาใจดีและน่ารักมาก เพื่อนร่วมชั้นคิดถึงเขา เขามาเรียนทุกวันและทำให้ห้องเรียนสดใสขึ้น สิ่งที่ฉันต้องการคือให้เขากลับมาที่นี่อย่างปลอดภัย”
โปรโคชกล่าวว่า การควบคุมตัวเด็กเล็กจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง “เมื่อเพื่อนร่วมชั้นของเขาได้รู้ว่ารัฐบาลพาตัวเขาไป ผมไม่สามารถพูดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ มันไม่ใช่แค่ครอบครัว แต่เป็นชุมชนทั้งหมดและเด็ก ๆ เหล่านั้นทุกคนที่จะต้องเผชิญกับบาดแผลทางใจซ้ำสอง”
สเตนวิกยังเล่าถึงกรณีของเด็กคนอื่น ๆ ที่ถูก ICE พาตัวไป กรณีแรกคือนักเรียนอายุ 17 ปีถูกเจ้าหน้าที่ติดอาวุธและสวมหน้ากากพาตัวไปโดยไม่มีผู้ปกครองอยู่ด้วย
ในอีกกรณีหนึ่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. เจ้าหน้าที่ ICE บุกเข้าไปในอะพาร์ตเมนต์ และควบคุมตัวเด็กหญิงมัธยมปลายอายุ 17 ปีและแม่ของเธอ
และในกรณีที่สี่ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ม.ค. นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อายุ 10 ปี ถูก ICE พาตัวไปขณะเดินทางไปโรงเรียนประถมกับแม่ของเธอ
สเตนวิกกล่าวว่า เด็กหญิงวัย 10 ขวบโทรหาพ่อของเธอระหว่างการจับกุม และบอกว่าเจ้าหน้าที่ ICE จะพาเธอไปโรงเรียน แต่เมื่อพ่อมาถึงโรงเรียน เขาก็พบว่าทั้งลูกสาวและภรรยาถูกจับตัวไปอยู่ในศูนย์กักกันในรัฐเท็กซัสแล้ว
สเตนวิกรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงเรียนกำลังเตรียมการแถลงข่าวในบ่ายวันที่ 21 ม.ค. พบรถของ ICE คันหนึ่งได้ขับเข้ามาในบริเวณโรงเรียนมัธยมของเขต และผู้บริหารได้สั่งให้รถคันนั้นออกไป
“เจ้าหน้าที่ ICE ได้เดินเตร่ไปทั่วละแวกบ้านของเรา วนเวียนอยู่รอบโรงเรียนของเรา ติดตามรถบัสของเรา เข้ามาในลานจอดรถของเรา และจับตัวเด็กๆ ของเราไป” สเตนวิกกล่าว
เธอบอกว่า การจับกุมและการปรากฏตัวของหน่วย ICE ส่งผลกระทบอย่างมากต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่โรงเรียน “เด็ก ๆ ของเราได้รับผลกระทบทางจิตใจ ความรู้สึกปลอดภัยในชุมชนและรอบ ๆ โรงเรียนของเราสั่นคลอน”
สเตนวิกเสริมว่า “ฉันพูดแทนเจ้าหน้าที่โรงเรียนทุกคนได้ว่า หัวใจของเราแตกสลาย หลังจากนักเรียนคนที่ 4 ของเราถูกพาตัวไปเมื่อวานนี้ ฉันคิดว่าต้องมีคนได้ยินเรื่องนี้ พวกเขากำลังพาเด็ก ๆ ไป”
เจ้าหน้าที่โรงเรียนกล่าวว่าบางครอบครัวเลือกที่จะอยู่บ้านเพราะกลัวหน่วย ICE
สเตนวิกกล่าวว่า ผู้นำโรงเรียนกำลังทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากหน่วย ICE “บทบาทของเราคือการให้การศึกษาแก่เด็ก ๆ ในระหว่างวันเรียน แต่ตอนนี้เรากำลังพยายามช่วยผู้คนในการจัดการกับระบบกฎหมายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของเราคือการรักษาความปลอดภัยของเด็กๆ พวกเขาเป็นเด็ก พวกเขาไม่ใช่ผู้กระทำความผิดรุนแรง พวกเขาเป็นแค่เด็กเล็ก ๆ”
เรียบเรียงจาก The Guardian