จากการเลือกตั้งทั่วไป 3 ระยะของเมียนมา นับตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. 2025 ถึงเดือน ม.ค. 2026 พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็น "พรรคทหาร" ได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาของเมียนมาได้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ผู้มีอำนาจสูงสุดหลังการรัฐประหารในปี 2021 จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของพรรค USDP และสมาชิกรัฐสภาโควต้ากองทัพ 166 ที่นั่งในรัฐสภา
แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา มิน อ่อง หล่าย ได้ลงนามในกฎหมายจัดตั้ง "สภาที่ปรึกษาแห่งรัฐ" ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ ที่จะอนุญาตให้ประธานที่ปรึกษามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหนือองคาพยพต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล
กฎหมายฉบับนี้ อนุญาตให้ประธานาธิบดีคนใหม่ จัดตั้งสภาที่ปรึกษาที่ประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 5 คน รวมไปถึง ตำแหน่งประธาน โดยสภาที่ปรึกษานี้ จะให้คำแนะนำ และดูแลงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระบวนการสร้างสันติภาพ และกฎหมายต่าง ๆ โดยอำนาจบริหารหรืออำนาจตุลาการไม่สามารถแทรกแซงได้
กฎหมายฉบับนี้บัญญัติออกมาเพื่อใช้ในการทำลายข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญปี 2008 ที่กำหนดให้ประธานาธิบดีไม่สามารถควบตำแหน่งอื่นใดได้อีก ซึ่งปัจจุบัน มิน อ่อง หล่าย ยังคงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเมียนมาอยู่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า มิน อ่อง หล่าย จะนั่งดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาแห่งรัฐหรือไม่ และอาจจะต้องรอการเปิดประชุมรัฐสภาในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มี.ค. นี้ก่อน