วันที่ 16 ก.พ. สื่อของรัฐเมียนมารายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาได้สั่งให้อุปทูตของติมอร์ตะวันออกเดินทางออกจากประเทศภายใน 7 วัน จากปมขัดแย้งเรื่องการยื่นฟ้องทางกฎหมายต่อรัฐบาลทหารเมียนมา
โดยเมื่อเดือน ม.ค. องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งรัฐชินของเมียนมา (CHRO) ได้ยื่นคำร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมของติมอร์ตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อติมอร์-เลสเต โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลทหารเมียนมาได้ก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติมาตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021
ในเดือนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของ CHRO ได้พบกับประธานาธิบดี โฮเซ รามอส-ฮอร์ตา แห่งติมอร์ตะวันออก
ซาไล ซา อุก ผู้อำนวยการบริหารของ CHRO กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อติมอร์ตะวันออกเพราะต้องการประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีระบบตุลาการที่เป็นอิสระ รวมถึงประเทศที่เห็นอกเห็นใจต่อความทุกข์ยากของประชาชน
หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar ของรัฐบาลเมียนมา อ้างคำกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาว่า “การมีส่วนร่วมที่ไม่สร้างสรรค์เช่นนี้โดยประมุขของรัฐสมาชิกอาเซียนประเทศหนึ่งกับองค์กรที่ผิดกฎหมายซึ่งต่อต้านรัฐสมาชิกอาเซียนอีกประเทศหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง”
ต้นเดือน ก.พ. CHRO กล่าวว่า หน่วยงานตุลาการของติมอร์ตะวันออกได้เริ่มการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึง มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา หลังจากที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยื่นเรื่องร้องเรียน
กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมากล่าวว่า การที่ติมอร์ตะวันออกรับเรื่องและแต่งตั้งอัยการเพื่อสอบสวนคดีนั้น “เป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การตีความในแง่ลบ และการเพิ่มขึ้นของความไม่พอใจของประชาชน”
ความขัดแย้งทางการทูตนี้เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมากำลังเผชิญกับการตรวจสอบจากนานาชาติเกี่ยวกับบทบาทในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย ในคดีที่กำลังพิจารณาอยู่ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
เรียบเรียงจาก Reuters