“ฮุน มาเนต” บอกสื่อนอก ไม่เคยรู้มาก่อน “เฉิน จื้อ” เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ฮุน มาเนต” ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ บอกกัมพูชาไม่ได้รับผลประโยชน์จากแก๊งสแกมเมอร์ ลั่นไม่เคยรู้มาก่อน “เฉิน จื้อ” เป็นตัวการใหญ่แก๊งสแกมเมอร์

ในสายตาชาวโลก “กัมพูชา” ได้กลายเป็นแหล่งรวมของแก๊งอาชญากรที่ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยพวกมิจฉาชีพหลอกลวงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกด้วยความสัมพันธ์โรแมนติกปลอม ๆ และการลงทุนปลอม ๆ

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศระดับโลก AFP ว่า สิ่งนี้กำลังส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน “เครือข่ายฉ้อโกงที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจมืด กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของเรา มันทำให้กัมพูชามีชื่อเสียงที่ไม่ดี”

“ฮุน มาเนต” บอกสื่อนอก ไม่เคยรู้มาก่อน “เฉิน จื้อ” เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ FB/ក្រសួងព័ត៌មាន - Ministry of Information
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

เขาเสริมว่า “นี่คือเหตุผลที่เราต้องกำจัดสิ่งนี้ให้หมดไป”

ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาระบุ ปฏิบัติการปราบปรามส่งผลให้มีการจับกุมผู้คนหลายพันคน และเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการส่งตัวตัวพ่อแก๊งสแกมเมอร์อย่าง “เฉิน จื้อ” ไปจีน

แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางคนตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของความพยายามดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ถูกกล่าวหาระหว่างเจ้าหน้าที่กัมพูชาและเครือข่ายฉ้อโกงทางไซเบอร์

ฮุน มาเนต ยอมรับว่า อาชญากรรมดังกล่าวได้กระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและสร้างงานในประเทศทางอ้อม แต่ยืนยันว่ากัมพูชาไม่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้

“ใช่ ศูนย์กลางการหลอกลวงอาจส่งผลโดยตรงต่ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การก่อสร้าง การซื้อ และวิธีการสร้างฐานสแกมเมอร์ แต่รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่รัฐบาลกัมพูชา” นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

รายงานปี 2024 โดยสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ ประเมินว่าความเสียหายจากการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชามีมูลค่าเกิน 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.88 แสนล้านบาท) ต่อปี ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP อย่างเป็นทางการของกัมพูชา แต่ ฮุน มาเนต ยืนกรานว่า ประเทศของเขาไม่ได้พึ่งพาการหลอกลวงเหล่านี้

เมื่อปี 2025 การปราบปรามครั้งใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยจีน ทำให้แรงงานมิจฉาชีพหลายพันคนได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมาและกัมพูชา และส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด หลายคนกลับไปยังประเทศจีน

การปราบปรามครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการจับกุมและส่งตัว เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งปรินซ์กรุ๊ป (Prince Group) ในเดือน ม.ค.

มีรายงานว่า เฉิน จื้อ ซึ่งถูกทางการสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับทั้ง ฮุน มาเนต และบิดาของเขา ฮุน เซน

แต่ ฮุน มาเนต ยืนยันว่า “เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นหัวหน้าใหญ่”

เขาเสริมว่า การตรวจสอบประวัติไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ โดยระบุว่ากลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปของ เฉิน จื้อ มีสาขาอยู่ในหลายประเทศ

อัยการสหรัฐฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ประมาณปี 2015 ปรินซ์กรุ๊ปได้ดำเนินธุรกิจในกว่า 30 ประเทศภายใต้ฉากหน้าของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และธุรกิจผู้บริโภคที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ก่อนที่จะมีการกล่าวหาเขา สำหรับกัมพูชาแล้ว เขาเป็นเพียง “นักธุรกิจคนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

ฮุน มาเนต บอกว่า “ไม่ว่ากิจกรรมเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่รู้” พร้อมเสริมว่าทางการได้ดำเนินการทันทีเมื่อทราบถึงการกระทำผิด

ฮุน มาเนต กล่าวว่า เฉิน จื้อ ถูกส่งตัวไปจีนแทนที่จะเป็นสหรัฐฯ เนื่องจากสัญชาติของเขา โดยเขาถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาหลังจากพบว่าเขาใช้เอกสารปลอมเพื่อขอสัญชาติ นั่นทำให้เขามีเพียงสัญชาติจีนเท่านั้น ซึ่งกำหนดให้ทางการกัมพูชาส่งตัวเขากลับประเทศบ้านเกิด

 

เรียบเรียงจาก France24

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ