เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เกิดเหตุโรงพยาบาลในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ถูกโจมตี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยทางการอัฟกานิสถานกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 400 ราย และโทษว่าเหตุดังกล่าวเป็นฝีมือการโจมตีทางอากาศของปากีสถาน
ปากีสถานปฏิเสธว่าไม่ได้โจมตีสถานพยาบาลใด ๆ โดยกล่าวว่า “ได้กำหนดเป้าหมายอย่างแม่นยำไปยังฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการก่อการร้ายในกรุงคาบูลและจังหวัดนังกาฮาร์ทางตะวันออก”
ฮัมดุลเลาะห์ ฟิตราต รองโฆษกของรัฐบาลตาลีบัน กล่าวว่า โรงพยาบาลที่ถูกโจมตีคือ โรงพยาบาลบำบัดผู้ติดยาเสพติดโอมาร์ มีเตียง 2,000 เตียง และการโจมตีได้ทำลายอาคารไปเป็นจำนวนมาก
“น่าเศร้าที่จำนวนผู้เสียชีวิตขณะนี้สูงถึง 400 ราย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 250 ราย ทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติงานในที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมเพลิงและกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่เหลืออยู่” ฟิตราตกล่าว
สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นได้เผยแพร่ภาพแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังพยายามดับไฟท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคาร
ด้าน ชาราฟัต ซามาน อามาร์ไคล์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขของอัฟกานิสถาน กล่าวว่า ไม่มีฐานทัพอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล
ขณะที่ โอมิด สตานิคไซ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เขาได้ยินเสียงเครื่องบินรบกำลังลาดตระเวนอยู่บนท้องฟ้าก่อนการโจมตี
“มีหน่วยทหารอยู่รอบตัวเรา เมื่อหน่วยทหารเหล่านั้นยิงใส่เครื่องบิน เครื่องบินลำนั้นจึงทิ้งระเบิดและเกิดไฟไหม้ขึ้น” เขากล่าว และเสริมว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นพลเรือน
ชาวบ้านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วกรุงคาบูลราว 20.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตามด้วยเสียงเครื่องบินและระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือน ก.พ. โดยปากีสถานกล่าวหาอัฟกานิสถานว่าให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธ ซึ่งรัฐบาลตาลีบันปฏิเสธ
ตามรายงานของคณะผู้แทนสหประชาชาติเพื่อการช่วยเหลือในอัฟกานิสถาน (UNAMA) นับตั้งแต่เกิดการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. ในอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 75 คนและ 193 คนได้รับบาดเจ็บ
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / BBC