อิหร่านย้ำยังมีความเห็นต่างลึกซึ้งกับสหรัฐฯ ในข้อตกลงยุติสงครามลั่นไม่มีวันส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ท่ามกลางความพยายามของกาตาร์และปากีสถานในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง – เปิดฮอร์มุซ
เอสมาอิล บากาอี (Esmaeil Baghaei) โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยว่า การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่านนั้น ยังไม่เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงและเป็นการยากที่จะระบุว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือในกี่เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ช่องว่างระหว่างรัฐบาลเตหะรานและวอชิงตันลึกซึ้งและมีนัยสำคัญมากและเป้าหมายหลักของการเจรจาในขณะนี้คือการยุติสงคราม ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนิวเคลียร์ ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในครั้งนี้ พร้อมย้ำว่า ข้อเรียกร้องใดๆ ที่บังคับให้อิหร่าน ต้องส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้สหรัฐฯ เป็นแนวทางที่ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่ต้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นขณะที่กาตาร์ส่งคณะผู้แทนไปยังกรุงเตหะรานเมืองหลวงของอิหร่านเพื่อลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยช่องแคบฮอร์มุซที่จะนำไปสู่การเจรจาต่อเนื่องอีก 30 วันเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่งผลให้ประเด็นที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้เตหะรานส่งมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต้องชะงักไปก่อน
ปากีสถานยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการเจรจาครั้งนี้ โดย ล่าสุด จอมพล อาซิม มูนีร์ (Asim Munir) ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถานเดินทางเยือนกรุงเตหะรานครั้งที่ 2 เพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 3 เดือน
ขณะที่ “มาร์โก รูบิโอ” รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เห็นความคืบหน้าบางประการในการเจรจากับอิหร่านและมีการติดต่อประสานงานกับตัวกลางฝ่ายปากีสถานอย่างใกล้ชิด แต่เสริมว่า ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก หากต้องการบรรลุข้อตกลง
“รูบิโอ” ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ที่สวีเดน โดยระบุว่า จะไม่กล่าวเกินจริงเกี่ยวกับความคืบหน้าและจะไม่ลดทอนความสำคัญของกระบวนการดังกล่าวเช่นกัน พร้อมเสริมว่า ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก หากต้องการบรรลุข้อตกลง แต่หวังว่าจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ปรารถนาที่จะให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่ดี โดยความกังวลหลักยังเป็นเรื่องที่อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึง การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่จะต้องนำมาหารือ รวมถึง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
“รูบิโอ” กล่าวว่า เรากำลังรับมือกับกลุ่มบุคคลที่พูดคุยด้วยยากมาก และหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ประธานาธิบดีก็แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่ายังมีทางเลือกอื่น
ทั้งนี้ยังไม่มีการร้องขอความช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงใดๆ ไปยังนาโตเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ แต่ "รูบิโอ" ย้ำว่าจำเป็นต้องมี “แผนบี” (Plan B) สำรองไว้ หากอิหร่านปฏิเสธที่จะเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าดังกล่าว
ด้าน "ทรัมป์" สร้างความประหลาดใจให้กับพันธมิตรนาโต ด้วยการให้คำมั่นที่จะส่งกำลังพลเพิ่มเติมจำนวน 5,000 นายไปยังโปแลนด์ โดยอ้างถึงความสัมพันธ์ของเขากับประธานาธิบดีคารอล นาฟรอสกี คนใหม่ของโปแลนด์ ว่าเป็นเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจส่งทหารเพิ่มในครั้งนี้
ขณะที่ก่อนหน้านี้ "ทรัมป์" วิพากษ์วิจารณ์สมาชิกนาโตอย่างดุเดือดที่ไม่ยอมยกระดับความช่วยเหลือในปฏิบัติการทางทหารร่วมสหรัฐฯ - อิสราเอล ยังเคยเปรยว่ากำลังพิจารณาที่จะถอนตัวออกจากกลุ่มพันธมิตร และตั้งคำถามว่ารัฐบาลวอชิงตันยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน (Mutual Defence Pact) อยู่หรือไม่