สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI เปิดเผยว่า สามารถสกัดแผนโจมตีในงานแข่งขันศิลปะการต่อสู้ "UFC" ซึ่งจัดขึ้นบนสนามหญ้าของทำเนียบขาวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 5 คน ตามข้อมูลในเอกสารศาล
เอกสารระบุว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยมีแผนใช้โดรนติดวัตถุระเบิดโจมตีบริเวณด้านเหนือของทำเนียบขาว เพื่อบังคับให้ผู้เข้าร่วมงานอพยพออกจากพื้นที่ผ่านทางออกที่กำหนดไว้ ก่อนที่มือปืนซุ่มยิงจะเปิดฉากยิงใส่กลุ่มนักการเมือง ผู้สนับสนุนทางการเมือง และผู้ร่วมงานที่กำลังหลบหนี
งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราชของสหรัฐฯ โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 80 ปี
นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกัน ผู้บริจาคทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเข้าร่วมงานด้วย โดยกิจกรรมดำเนินไปตามปกติและไม่เกิดเหตุร้ายใด ๆ
ตามเอกสารของ FBI ผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คนมีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล และเชื่อในทฤษฎีสมคบคิดหลายประการ เจ้าหน้าที่ระบุว่า แรงจูงใจส่วนหนึ่งมาจากความไม่พอใจต่อการจัดการเอกสารการสอบสวนคดีของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้มีชื่อเสียงซึ่งถูกกล่าวหาเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศ
นอกจากนี้ หนึ่งในผู้ต้องหายังแสดงความสนใจที่จะโจมตีนักการเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มสนับสนุนอิสราเอลอีกด้วย
กาช ปาเตล ผู้อำนวยการ FBI เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน หลังประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่ง
จุดเริ่มต้นของการสืบสวนมาจากมารดาของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง คือ ไทเซน โพรเพอร์ วัย 19 ปี โดยเธอแจ้งตำรวจในรัฐโอไฮโอว่า บุตรชายของตนมีการซื้ออาวุธหลายรายการและกำลังติดต่อกับบุคคลที่น่าสงสัยผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนที่ต่อมา โพรเพอร์ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ FBI ว่าทราบถึงแผนการโจมตีแบบประสานงานต่อเนื่องในงาน UFC ดังกล่าว
จนถึงขณะนี้ อย่างน้อย 3 คนจากผู้ถูกจับกุมถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเพื่อก่อเหตุฆาตกรรม และข้อหาอื่น ๆ รวมถึงการสมคบคิดเพื่อกระทำความผิดต่อสหรัฐฯ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธ
ผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับทนายความของพวกเขา
ด้าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเครือข่ายใต้ดินที่อาจอยู่เบื้องหลังแผนการดังกล่าว
ที่มา: Reuters