โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ผ่าน Truth Social ถึง 2 ครั้งติด โดยกล่าวหาแบบไม่มีหลักฐานว่า มีพวกมือดีเข้ามาก่อความวุ่นวาย ทำลายทรัพย์สินบริเวณ "สระสะท้อนภาพ" (Reflecting Pool) หน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งการกระทำเช่นนี้ อาจจบลงด้วยโทษจำคุกหลายปี
ในโพสต์ของทรัมป์ เขาตั้งคำถามว่า ใครจะคิดทำอะไรแบบนี้ นี่เป็นอาชญากรรมร้ายแรง เพราะถือเป็นการทำลายอนุสรณ์สถานแห่งชาติ
สำหรับสระสะท้อนภาพ มีความยาว 2,030 ฟุต เพิ่งผ่านการบูรณะและทาสีกระเบื้องใต้น้ำเป็นสีน้ำเงินลายธงชาติ ไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ปรับภูมิทัศน์ในกรุงวอชิงตันดีซี เนื่องในโอกาสฉลองครบ 250 ปี การประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา
แต่ล่าสุด กลับประสบปัญหาตะไคร่น้ำลอยเต็มสระ จนน้ำกลายเป็นสีเขียวเข้ม ขณะที่สารเคลือบกระเบื้องที่ทาไป ก็เริ่มหลุดลอกออกมารวมกันเป็นก้อนลอยอยู่เหนือผิวน้ำ
ทรัมป์ระบุว่า ตนได้ประชุมกับผู้รับเหมาไปแล้วเมื่อวันเสาร์ และคาดว่า อาจจำเป็นต้องระบายน้ำส่วนใหญ่ออกจากสระ เพื่อทำการซ่อมแซมกระเบื้องของสระ โดยจะเร่งรัดให้ซ่อมให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ส่วนในโพสต์ที่สอง ทรัมป์ตำหนิพวกคนเถื่อนใจร้าย ที่มาทำลายสระ ซึ่งถือเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นทั้งอดีตประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน และประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น อย่างแท้จริง และคนเหล่านี้ควรจะถูกจัดการอย่างสาสม
ทรัมป์อ้างว่ามือดีพวกนี้ใช้มีดหรือใบมีดบางชนิด มากรีดเป็นรอยยาวถึง 250 ฟุต บริเวณกระเบื้องก้นสระ ซึ่งใช้ทั้งความอุตสาหะ ความสามารถ และเงินจำนวนมากในการสร้างสรรค์และทำให้เสร็จสมบูรณ์ ขณะที่บางคนก็เทสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายลงไปในสระน้ำด้วย
แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามทำความสะอาดตะไคร่น้ำออกจากสระแล้วก็ตาม แต่ตะไคร่น้ำก็ยังปรากฏให้เห็นและสารเคลือบกระเบื้องใต้น้ำก็ยังคงหลุดลอกออกมา กลายเป็นที่สนใจของผู้คนที่มาเยี่ยมชมสระน้ำและอนุสาวรีย์โดยรอบ
ทั้งนี้ มีรายงานผู้ถูกจับกุมหลายคน ฐานมีความเกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพย์สินบริเวณสระน้ำดังกล่าว หนึ่งในนั้น คือ เดวิด "เดวีย์" เฮิร์น นักกีฬาเรือแคนูโอลิมปิก 3 สมัย ซึ่งถูกจับกุมตัวเป็นเวลาถึง 5 ชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากเอามือไปแตะชิ้นส่วนของสีเคลือบกระเบื้องที่หลุดลอกออกมา
ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของเมกะโปรเจกต์ มูลค่าสูงถึง 14 ล้านดอลลาร์นี้ ก็ถูกวิจารณ์หนัก เพราะใช้วิธีจัดจ้างแบบพิเศษโดยไม่มีการเปิดประมูลแข่งขัน และหลายฝ่ายมองว่า ทำเนียบขาวเร่งรัดโครงการ จนข้ามขั้นตอนการวางแผนที่รัดกุม จนหลายโปรเจกต์ยิ่งไปทำลายทัศนียภาพของเมือง