สลด! โรงแปรรูปก๊าซธรรมชาติกาตาร์ระเบิด ดับ 13 เจ็บ 66 ชี้เป็นเหตุทางเทคนิค

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สลด! โรงแปรรูปก๊าซธรรมชาติในกาตาร์ระเบิด เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 66 ราย ชี้เป็นอุบัติเหตุทางเทคนิค ไม่เกี่ยววินาศกรรม เพิ่งกลับมาเปิดใช้งานได้ 2 วันหลังปิดซ่อมบำรุงเร่งด่วน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงภายในโรงแปรรูปก๊าซธรรมชาติของกาตาร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ถือเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดของอุตสาหกรรมก๊าซโลกในรอบกว่าสองทศวรรษ

ซาอัด อัล-คาบี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกาตาร์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นภายในโรงแปรรูปก๊าซบาร์ซาน ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมพลังงานขนาดใหญ่ ราส ลัฟฟาน ทางตอนเหนือของประเทศ

โรงแปรรูปก๊าซบาร์ซาน Reuters/Stringer
โรงแปรรูปก๊าซบาร์ซาน

อย่างไรก็ตาม อัล-คาบี ยืนยันว่าโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกของกาตาร์ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ทางการกาตาร์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ โดยเป็นอุบัติเหตุทางเทคนิค ภายในโรงงาน ในจำนวนผู้เสียชีวิต 13 ราย เป็นชาวอินเดียและชาวปากีสถาน ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 66 รายยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และไม่มีผู้ใดอยู่ในอาการวิกฤตหรือเป็นอันตรายถึงชีวิต

อัล-คาบี กล่าวว่า โรงงานบาร์ซานถูกปิดการผลิตมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 เพื่อซ่อมบำรุงเร่งด่วน และเพิ่งกลับมาเดินเครื่องได้เพียง 2 วันก่อนเกิดเหตุระเบิด

บริษัทพลังงานแห่งชาติ QatarEnergy ได้เปิดการสอบสวนเต็มรูปแบบเพื่อหาสาเหตุของเหตุการณ์แล้ว โดยรัฐมนตรีพลังงานกาตาร์ย้ำว่า ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าเหตุระเบิดเกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรม การโจมตีจากภายนอก หรือการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์

"นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ก่อวินาศกรรมหรือการโจมตีใด ๆ และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม" อัล-คาบีกล่าว

เขายังยืนยันว่า โรงงาน LNG ท่าเรือ ราส ลัฟฟาน และระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดภายในพื้นที่ยังคงดำเนินงานได้ตามปกติ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการส่งออกพลังงานของประเทศ

กาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง เผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านหลายครั้งระหว่างสงครามอิหร่าน ส่งผลให้การส่งออก LNG ของโลกเกือบ 20% ที่ต้องผ่านอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบ

ก่อนหน้านี้ ในเดือนมีนาคม การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายให้กับหน่วยการผลิต LNG จำนวน 2 หน่วยภายใน Ras Laffan ส่งผลให้กำลังการผลิตของประเทศลดลงราว 17%

ผู้บริหารของ QatarEnergy เคยเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ความเสียหายดังกล่าวอาจต้องใช้เวลานานถึง 3-5 ปีในการซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์

ก่อนเกิดเหตุโจมตี กาตาร์มีกำลังการผลิต LNG อยู่ที่ประมาณ 77 ล้านตันต่อปี และถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดของโลก

นักวิเคราะห์มองว่า เหตุระเบิดครั้งนี้สะท้อนความท้าทายที่ประเทศผู้ผลิตพลังงานในอ่าวเปอร์เซียกำลังเผชิญ หลังหลายโครงการต้องหยุดหรือชะลอการผลิตจากผลกระทบของสงคราม

โรงงานบาร์ซานมีบทบาทสำคัญในการจัดหาก๊าซผ่านท่อสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ รวมถึงสามารถผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และผลิตภัณฑ์พลังงานอื่นเพื่อการส่งออก

นอกจากนี้ สงครามยังทำให้ QatarEnergy ต้องอพยพคนงานราว 10,000 คนออกจากแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งและโรงงานแปรรูปบนบกในช่วงก่อนหน้านี้ แม้ในเหตุโจมตีเมื่อเดือนมีนาคมจะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บก็ตาม

เหตุระเบิดล่าสุดจึงถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของกาตาร์ ในช่วงที่ประเทศกำลังเร่งฟื้นฟูภาคพลังงานและรักษาบทบาทผู้ส่งออก LNG รายสำคัญของโลก

ที่มา: Reuters

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ