ศาลฎีกากัมพูชามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกผู้สื่อข่าวชาวกัมพูชา 2 คน คนละ 14 ปี ในข้อหาเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับทางทหาร ระหว่างการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปี 2568 ตามการเปิดเผยของสำนักงานทนายความของจำเลย
ผู้สื่อข่าวทั้งสอง ได้แก่ พอน โสเพียบ อายุ 39 ปี และ เพียบ เพียรา อายุ 41 ปี ซึ่งทำงานให้กับสำนักข่าวท้องถิ่น TSP 68 TV Online
ทั้ง 2 รายถูกศาลจังหวัดเสียมราฐพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ให้จำคุกคนละ 14 ปี หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐาน "ส่งมอบข้อมูลที่เป็นภัยต่อการป้องกันประเทศให้แก่รัฐต่างชาติ" ตามมาตรา 445 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวทั้งสองถูกจับกุมแยกกันเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 หลังเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดการปะทะในช่วงเวลาดังกล่าว
อัยการกล่าวหาว่าทั้งสองผลิตและเผยแพร่เนื้อหาที่เปิดเผยตำแหน่งกำลังพล รวมถึงยุทธศาสตร์ทางทหารของกัมพูชาระหว่างความขัดแย้งบริเวณชายแดน
ต่อมา ศาลอุทธรณ์เมืองพระตะบองมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเป็นครั้งสุดท้าย
ล่าสุด ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำตัดสินเดิม ส่งผลให้ช่องทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงโทษได้ คือการได้รับพระราชทานอภัยโทษ
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติที่มีต่อรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับการจับกุมนักกิจกรรม นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และผู้สื่อข่าวหลายราย รวมถึงผู้สื่อข่าวเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติที่มีบทบาทในการสืบสวนคดีทุจริตและเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือสแกม เซ็นเตอร์ ในกัมพูชา
ขณะเดียวกัน องค์กร Freedom House ซึ่งมีสำนักงานในสหรัฐฯ ได้ปรับลดอันดับเสรีภาพสื่อของกัมพูชาในปีนี้ โดยระบุว่า "สื่ออิสระแทบทั้งหมดในประเทศได้ปิดตัวลงแล้ว"
ที่มา: Reuters