กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหา “เตหะราน” ว่า ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา จากเหตุส่งโดรนถล่มเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันพฤหัสบดี
ซึ่งก่อนโจมตีไม่นาน ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวถาม ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า จะตอบโต้อิหร่านหรือไม่ โดย ทรัมป์ ตอบว่า "เดี๋ยวจะได้เห็นกัน” พร้อมระบุว่า ไม่พอใจอย่างยิ่งที่อิหร่านยิงโจมตีเรือสินค้า ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่า ส่งโดรนพลีชีพโจมตีเรือบรรทุกสินค้า เอเวอร์ เลิฟลี่ (Ever Lovely) ติดธงชาติสิงคโปร์ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามเส้นทางเดินเรือที่สำนักงานปฏิบัติการการเดินเรือพาณิชย์ของสหราชอาณาจักร หรือ "ยูเคเอ็มทีโอ" (UKMTO) โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ และเรือยังคงเดินทางต่อได้ตามปกติ
แถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ได้โจมตีคลังเก็บอาวุธ คลังโดรนและสถานีเรดาห์ตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้อย่างหนักแน่นต่อการโจมตีเรือพาณิชย์ พร้อมเสริมว่า การกระทำดังกล่าวของเตหะราน เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือบนเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯ จะยังสนับสนุนการคุ้มกันและประสานงานด้านความปลอดภัยให้แก่เรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นเพียงการโจมตีครั้งเดียวหรือเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ทางทหารในระยะยาว
ขณะที่ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านหรือ "ไออาร์จีซี" (IRGC) ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่า สหรัฐฯ ป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง พร้อมกล่าวหาว่าใช้ข้ออ้างเรื่องเรือเดินนอกเส้นทางที่กำหนดเพื่อโจมตีชายฝั่งอิหร่าน
“ไออาร์จีซี” ยังระบุด้วยว่า กองทัพเรือได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคด้าน พร้อมเตือนว่า หากเกิดการรุกรานซ้ำ การตอบโต้ของอิหร่านจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ภายหลังการโจมตีของสหรัฐฯ รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์โพสต์ผ่าน X ว่า หากอิหร่านมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ก็ควรใช้การเจรจา ไม่ใช่ความรุนแรง พร้อมย้ำว่า ความรุนแรงจะได้รับการตอบโต้ด้วยความรุนแรง
ขณะที่ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติประกาศระงับแผนอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คนที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว หลังสถานการณ์ด้านความมั่นคงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นแม้สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติการสู้รบที่ดำเนินมาเป็นเวลานานเกือบ 4 เดือน โดยหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านจะอำนวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน