ทีมค้นหาและกู้ภัยจากสหรัฐฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงท้องถิ่นของเวเนซุเอลา ประสบความสำเร็จในการตัวเด็กทารกวัย 9 เดือนและแม่ของหนูน้อยออกมาจากภายใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.2 และ 7.5 ที่เกิดขึ้นห่างกันไม่ถึง 1 นาที เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ค่อย ๆ นำตัวทารกและมารดาออกจากซากปรักหักพัง
โดยทีมค้นหาและกู้ภัยในเมืองแฟร์แฟกซ์ในรัฐเวอร์จิเนีย ของสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่และได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ก่อนนำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้สร้างความหวังให้กับครอบครัวผู้ประสบเหตุที่ยังรอคอยข่าวของบุคคลอันเป็นที่รักอย่างใกล้ชิด หลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,430 คน แต่คาดว่าตัวเลขผู้เคราะห์ร้ายจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้สูญหายไม่ทราบชะตากรรมอีกกว่า 50,000 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 3,238 คน
ด้านองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานประเมินว่า อาจมีประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 6.76 ล้านคน ซึ่งยังต้องการที่พักพิงฉุกเฉิน น้ำสะอาด ระบบสุขาภิบาล การรักษาพยาบาล และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน ขณะที่เที่ยวบินขนส่งความช่วยเหลือเที่ยวแรกจากสหรัฐฯ เริ่มทยอยเดินทางมาถึงเวเนซุเอลา เช่นเดียวกับทีมกู้ภัยจากอย่างน้อย 17 ประเทศที่เดินทางเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจการค้นหาและกู้ภัยผู้รอดชีวิตในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะเมืองลา ไกวรา และบางพื้นที่ในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา
องค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ไว้ที่ประมาณ 6,700 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 2.23 แสนล้านบาทหรือคิดเป็น 6 เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ของเวเนซุเอลา