ผู้บังคับหน่วยโดรนและนักบินโดรนของยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียกำลังพัฒนาวิธีการรับมือกับโดรนโจมตีระยะกลางของยูเครน โดยเฉพาะการติดตั้งระบบรบกวนสัญญาณที่สามารถรบกวนการเชื่อมต่อของระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ของบริษัท SpaceX ซึ่งก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์
โดรนโจมตีระยะกลางของยูเครน ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกหลังแนวหน้าหลายสิบกิโลเมตรได้อย่างแม่นยำและต้นทุนต่ำ กลายเป็นอาวุธสำคัญของเคียฟ โดยโดรนจำนวนมากอาศัยระบบ Starlink ในการสื่อสารระหว่างนักบินกับตัวอากาศยาน
ตลอดปีที่ผ่านมา ยูเครนใช้โดรนประเภทนี้โจมตีเส้นทางลำเลียงเสบียง คลังเชื้อเพลิง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์บัญชาการของรัสเซีย ส่งผลให้การส่งกำลังบำรุงของกองทัพรัสเซียหยุดชะงัก และเกิดปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียยึดครอง
อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับหน่วยโดรน 4 นายเปิดเผยว่า รัสเซียกำลังพัฒนามาตรการตอบโต้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การอำพรางการขนส่งเสบียงด้วยรถพลเรือน ไปจนถึงการติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรบกวนการเชื่อมต่อของโดรน
ติดตั้งระบบรบกวน Starlink
เซอร์ฮี เบสเครสต์นอฟ ที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียกำลังใช้งานระบบรบกวนสัญญาณชื่อ โวลนา คูโปล การันต์ ซึ่งปล่อยสัญญาณกำลังสูงจนสามารถทำให้การเชื่อมต่อ Starlink ภายในพื้นที่ราว 20 ตารางกิโลเมตรเกิดความไม่เสถียร
เขาระบุว่า ยูเครนตรวจพบระบบดังกล่าวแล้วประมาณ 10 ชุด แต่เนื่องจากอุปกรณ์มีขนาดใหญ่ จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของโดรนยูเครนเช่นกัน
หน่วยโดรนที่ 422 ของยูเครนเปิดเผยว่า เคยร่วมกับหน่วยข่าวกรองความมั่นคงของยูเครน (SBU) โจมตีทำลายระบบดังกล่าวได้อย่างน้อย 2 ชุด โดยหนึ่งในนั้นถูกทำลายภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังตรวจพบ
ผู้บังคับหน่วยที่ใช้นามเรียกขานว่า ดีรีเฮนต์ (Dyryhent) กล่าวว่า หลังทำลายระบบดังกล่าวได้ โดรนที่ใช้ Starlink สามารถปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่มีปัญหา
ขณะเดียวกัน SpaceX ได้ตัดการเข้าถึงระบบ Starlink ของกองทัพรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้มอสโกนำระบบดังกล่าวไปใช้กับปฏิบัติการโดรนของตนเอง
ซ่อนเสบียงในรถพลเรือน
ระหว่างการติดตามหน่วยโดรนที่ 422 ผู้สื่อข่าวได้เห็นทหารยูเครนติดตั้งหัวรบแรงระเบิดสูงเข้ากับโดรนแบบปีกตรึงรุ่น "โซซูลยา" หรือ "นกกาเหว่า" ก่อนยิงด้วยเครื่องยิงดีดเข้าสู่ภารกิจโจมตีฐานปฏิบัติการของนักบินโดรนรัสเซียในไครเมีย
ผู้บังคับหน่วยโดรนระบุว่า รัสเซียเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงเสบียง โดยเคยนำเชื้อเพลิงไปซ่อนไว้ในรถบรรทุกน้ำ หรือแม้แต่รถบรรทุกนมที่ทาสีอำพราง
นอกจากนี้ กองทัพรัสเซียยังใช้ขบวนรถบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กที่มีรถกระบะติดปืนกลคุ้มกัน เลือกใช้ถนนสายรองเพื่อลดการถูกตรวจจับ และใช้รถยนต์พลเรือน รถเอทีวี และรถจักรยานยนต์ขนส่งเชื้อเพลิง กระสุน และเสบียงไปยังแนวหน้า
หน่วยข่าวกรองทหารยูเครนยังระบุว่า รัสเซียใช้หลุมหลบภัย อาคารร้าง สิ่งปลูกสร้างทางการเกษตร และแม้แต่ปั๊มน้ำมันพลเรือนเป็นสถานที่ซ่อนเสบียงและเชื้อเพลิงทางทหาร
ด้านร็อบ ลี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศ มองว่า ปฏิบัติการโดรนโจมตีระยะกลางของยูเครนถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการสำคัญที่สุดของสมรภูมิในปีนี้ แต่รัสเซียเริ่มมีความคืบหน้าในการหาวิธีรับมือ
เขาเตือนว่า หากรัสเซียสามารถผลิตระบบรบกวนสัญญาณได้ในจำนวนมากขึ้น ก็อาจทำให้การปฏิบัติการโดรนโจมตีระยะกลางของยูเครนทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ปฏิบัติการโดรนของยูเครนจะสร้างผลกระทบต่อรัสเซีย แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งการโจมตีของรัสเซียได้ทั้งหมด และไม่ใช่ทุกภารกิจจะประสบความสำเร็จ โดยระหว่างการติดตามภารกิจครั้งหนึ่ง โดรนโจมตีเชื้อเพลิงของยูเครนพลาดเป้าหมาย ขณะที่โดรนลาดตระเวนถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศ TOR ของรัสเซียยิงตก
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวว่า อย่างน้อยการปฏิบัติการครั้งนั้นก็ทำให้ยูเครนทราบตำแหน่งของระบบ TOR และสามารถบันทึกไว้ในฐานข้อมูลเป้าหมายเพื่อใช้โจมตีในโอกาสต่อไป
ที่มา: Reuters