อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ถึงกรณีการโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านในทะเลแคสเปียนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมาโดยยูเครน ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย โดยยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ
อารักชีระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง ซึ่งดำเนินการตามคำสั่งของอิสราเอล เพื่อลากยุโรปเข้ามาพัวพันในสงคราม
นอกจากนี้ อารักชียังหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือโดยตรงทางโทรศัพท์กับ คายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป และเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย โดยเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ยูเครนทำลงไปนั้นจะต้องได้รับการตอบโต้
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเซเลนสกีออกมายืนยันว่า ยูเครนได้โจมตีระยะไกลในทะเลแคสเปียนจริง โดยมุ่งเป้าไปที่เรือขนส่งสินค้าทางทหารที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ขณะที่หน่วยข่าวกรองของยูเครนรายงานเพิ่มเติมว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่เรือสินค้าที่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตร ซึ่งใช้ขนส่งยุทโธปกรณ์ระหว่างอิหร่านและรัสเซีย
ด้านสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่า อิหร่านได้เรียกตัวอุปทูตยูเครนประจำกรุงเตหะรานเข้าพบ เพื่อประท้วงเหตุโจมตีดังกล่าว
คำถามสำคัญในขณะนี้คือ อิหร่านจะตอบโต้จริง ๆ หรือไม่ โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเมือง ไม่ใช่ศักยภาพทางเทคโนโลยี เพราะในทางเทคนิคแล้ว อิหร่านมีความสามารถในการโจมตียูเครนได้ เนื่องจากยูเครนและอิหร่านอยู่ห่างกันไม่ถึง 2,000 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพิสัยทำการของขีปนาวุธและโดรนโจมตีของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งล่าสุดได้ออกแถลงการณ์ย้ำการสนับสนุนของอิหร่านต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ในแถลงการณ์ถึงนาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เหล่าผู้บัญชาการและนักรบของกลุ่ม มุจตาบาได้ชื่นชมความอดทนและความแน่วแน่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นแนวหน้าในการต่อต้านอิสราเอลและฝ่ายที่สนับสนุนอิสราเอล นอกจากนี้ มุจตาบายังแสดงความขอบคุณชาวเลบานอน โดยเฉพาะชุมชนทางตอนใต้ของประเทศ ที่ให้ความช่วยเหลือและยืนหยัดเคียงข้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มาโดยตลอด
มุจตาบาระบุด้วยว่า การปกป้องกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงเป็นหนึ่งในนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน พร้อมย้ำว่าการปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนของเลบานอน และการทำให้การโจมตีของอิสราเอลยุติลงอย่างสมบูรณ์และปราศจากเงื่อนไข คือเงื่อนไขหลักที่จะนำไปสู่การยุติสงคราม
แถลงการณ์ของผู้นำสูงสุดอิหร่านยังกล่าวหาสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลว่ากระทำการกดขี่และอยุติธรรม พร้อมชี้ว่าการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์และการต่อต้านคือหนทางเดียวที่เหลืออยู่