ตำรวจแอฟริกาใต้จับกุมชาวไทย 2 รายในเหตุการณ์แยกกัน หลังถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำ "ไข่นกแก้ว" ที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญา CITES ออกจากประเทศ ผ่านสนามบินนานาชาติ OR Tambo ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก
กระทรวงสิ่งแวดล้อมแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมชายไทยวัย 50 ปีที่สนามบินดังกล่าว หลังตรวจพบไข่นกจำนวน 50 ฟอง บรรจุอยู่ในตู้ฟักแบบทำขึ้นเอง ซึ่งซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่อง
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไข่เหล่านี้มาจากนกแก้วชนิดที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES ซึ่งควบคุมการค้าระหว่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์และพืชป่าถูกคุกคามจนสูญพันธุ์
อย่างไรก็ตาม กระทรวงไม่ได้เปิดเผยว่าไข่ที่ตรวจยึดเป็นนกแก้วสายพันธุ์ใด
การจับกุมล่าสุดเกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่สนามบิน OR Tambo จับกุมชายไทยวัย 23 ปีอีกราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำไข่นกแก้วจำนวนมากถึง 418 ฟอง ออกจากแอฟริกาใต้ โดยไข่เหล่านั้นถูกบรรจุอยู่ในกระเป๋า 2 ใบที่ถูกดัดแปลงให้ทำหน้าที่คล้ายตู้ฟักไข่ระหว่างการขนส่ง
ทั้งสองคดีเป็นเหตุการณ์แยกจากกัน และยังไม่มีข้อมูลในรายงานว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำแอฟริกาใต้ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวในทันที
กระทรวงสิ่งแวดล้อมแอฟริกาใต้ระบุว่า การลักลอบเก็บและขนส่งไข่นกแก้วอย่างผิดกฎหมายเป็นภัยร้ายแรงต่อทั้งประชากรนกในธรรมชาติและสวัสดิภาพสัตว์
ไข่นกที่ถูกลักลอบขนมักถูกซ่อนในอุปกรณ์ฟักไข่ที่ทำขึ้นเอง และต้องเผชิญสภาพการเดินทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจลดโอกาสรอดของตัวอ่อน รวมถึงเป็นอันตรายต่อลูกนกที่กำลังพัฒนาอยู่ภายในไข่ โดยไข่ทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ถูกส่งไปยัง สวนสัตว์แห่งชาติในกรุงพริทอเรีย เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลและฟักต่อ
กระทรวงระบุว่า ไข่หลายฟองสามารถฟักออกมาเป็นลูกนกได้สำเร็จแล้ว โดยลูกนกเหล่านี้กำลังได้รับการดูแลอย่างเข้มข้นจากสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ได้มากที่สุด
ทางการแอฟริกาใต้ระบุว่า การจับกุมทั้งสองครั้งเป็นผลจากปฏิบัติการร่วมที่อาศัยข้อมูลข่าวกรอง นำโดยหน่วยตรวจสอบการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Management Inspectorate ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "Green Scorpions"
ปฏิบัติการดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยข่าวกรองตำรวจ เจ้าหน้าที่ชายแดน และหน่วยงานที่ดูแลคดีเกี่ยวกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
แอฟริกาใต้กำลังเผชิญปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าหลายรูปแบบ ตั้งแต่การค้าขนอแรด กระดูกเสือที่ถูกเพาะเลี้ยงอย่างผิดกฎหมาย หอยเป๋าฮื้อ ไปจนถึงพืชอวบน้ำหายาก
กฎหมายแอฟริกาใต้กำหนดให้การส่งออกสัตว์หรือพืชที่อยู่ในบัญชี CITES โดยผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุด 10 ล้านแรนด์แอฟริกาใต้ จำคุกสูงสุด 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสกัดกั้นเครือข่ายค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญของแอฟริกาใต้และหลายประเทศทั่วโลก
ที่มา: The Guardian