เนตร พักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า "กัมพูชาเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร" พร้อมอ้างถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ สืบทอด และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาวกัมพูชาไปยังคนรุ่นหลัง
เนตร พักตรา อ้างว่า กัมพูชาไม่ได้เป็นเพียงดินแดนที่มีปราสาทโบราณและมรดกจำนวนมาก แต่ยังเป็นดินแดนต้นกำเนิดของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ สืบทอด และรักษาผ่านประวัติศาสตร์มาหลายศตวรรษ
เขาอ้างว่า ตั้งแต่ภาษา วรรณกรรม ศาสนา ศิลปะ สถาปัตยกรรม ดนตรี นาฏศิลป์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ไปจนถึงวิถีชีวิตของประชาชน ล้วนสะท้อนถึงอัตลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของชนชาติกัมพูชา
เนตร ยังอ้างว่า คำว่ากัมพูชาเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร ไม่ได้หมายถึงเพียงการประกาศความเป็นเจ้าของมรดกจากอดีต แต่มีความหมายว่าชาวกัมพูชาเป็นผู้รับมรดกจากบรรพบุรุษ และมีหน้าที่ในการสืบทอด ดูแล ปกป้อง พัฒนา และส่งมอบมรดกดังกล่าวให้แก่คนรุ่นหลัง
รัฐมนตรีสารสนเทศกัมพูชาระบุว่า หลักฐานของอารยธรรมเขมรปรากฏอยู่ทั่วดินแดนกัมพูชา พร้อมยกตัวอย่างนครวัด ปราสาทพระวิหาร ปราสาทสมบูรณ์ไพรคุก ตลอดจนโบราณสถาน ศิลาจารึก และผลงานศิลปะจำนวนมาก
เนตร ระบุว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนองค์ความรู้ของบรรพบุรุษชาวกัมพูชาในหลายด้าน ทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ระบบชลประทาน ดาราศาสตร์ ศิลปะ และการจัดระเบียบสังคม
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า อารยธรรมเขมรไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงในหินของปราสาทเท่านั้น แต่ยังดำรงอยู่ผ่านภาษาเขมร อักษรเขมร ระบำพระราชทรัพย์หรือนาฏศิลป์ราชสำนัก ละครโขน จาเป็ยดองแวง และกุนลโบกาตอร์ การขับขานเรื่องเล่า ตลอดจนประเพณีทางศาสนาและขนบธรรมเนียมในชีวิตประจำวันของประชาชนกัมพูชา
เนตร พักตรา มองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าวัฒนธรรมเขมรไม่ใช่มรดกที่ถูกเก็บนิ่งอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ แต่เป็น "มรดกที่มีชีวิต" ซึ่งได้รับการสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
อีกประเด็นที่รัฐมนตรีสารสนเทศกัมพูชาเน้นย้ำ คือ การเป็นเจ้าของมรดกไม่ได้หมายความว่าจะมีเพียงความภาคภูมิใจเท่านั้น แต่ความเป็นเจ้าของจำเป็นต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ
เนตร ตั้งคำถามว่า หากชาวกัมพูชากล่าวว่าวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมรเป็นมรดกของตนเอง ก็ควรถามกลับด้วยว่า คนในปัจจุบันได้ทำอะไรเพื่อปกป้องมรดกเหล่านี้แล้วบ้าง
นอกจากนี้ เนตร ยังตั้งคำถามถึงคนรุ่นใหม่ว่า เยาวชนกัมพูชามีความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และคุณค่าทางวัฒนธรรมของตนเองมากเพียงใด รวมถึงกัมพูชากำลังใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเผยแพร่มรดกของตนเอง หรือกำลังปล่อยให้ผู้อื่นเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมรดกเหล่านี้แทน
เนตร พักตรา อ้างว่า กัมพูชาเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร เพราะเป็นมรดกที่บรรพบุรุษชาวเขมรสร้างและทิ้งไว้ โดยคนรุ่นปัจจุบันเป็นผู้รับมรดกจากบรรพบุรุษ และมีหน้าที่ปกป้องมรดกเหล่านี้ในยุคสมัยของตนเอง จากนั้นต้องส่งมอบต่อให้แก่ลูกหลานในอนาคต โดยไม่ปล่อยให้อัตลักษณ์และคุณค่าของมรดกดังกล่าวสูญหาย
ช่วงท้ายของโพสต์ เนตร พักตรา อ้างว่า "วัฒนธรรมเขมรคือจิตวิญญาณของชาติ อารยธรรมเขมรคือหลักฐานแห่งประวัติศาสตร์" พร้อมย้ำว่า การปกป้องและเชิดชูวัฒนธรรมและอารยธรรมดังกล่าว คือการปกป้องอัตลักษณ์และอนาคตของกัมพูชา
ที่มา: FB/Neth Pheaktra