สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานวันที่ 7 ตุลาคม โดยเผยแพร่บทวิเคราะห์ที่อ้างความเห็นของ คิม มยองชอล นักวิเคราะห์กิจการระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ ซึ่งระบุว่า นโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันกำลังบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
บทวิเคราะห์ดังกล่าวยังวิจารณ์การปรากฏตัวของเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 ที่สหรัฐฯ จำหน่ายให้แก่ไต้หวัน พร้อมเตือนว่า สหรัฐฯ ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าพร้อมเผชิญหน้ากับจีนโดยตรงเพื่อความมั่นคงของไต้หวันหรือไม่ และจะสามารถรับมือกับผลที่จะตามมาได้หรือไม่
ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นหลังจากไต้หวันได้รับเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 2 ลำแรก เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม จากทั้งหมด 66 ลำที่สั่งซื้อจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2019 โดยเครื่องบินชุดดังกล่าวเดินทางถึงฐานทัพอากาศจื้อหาง บริเวณชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน หลังการส่งมอบล่าช้ามาหลายเดือน
ข้อตกลงจัดซื้อเครื่องบิน F-16V จำนวน 66 ลำ มีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะทำให้ไต้หวันมีฝูงบิน F-16 รวมมากกว่า 200 ลำ โดยเครื่องบินรุ่นใหม่นี้ติดตั้งระบบเรดาร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอาวุธที่ทันสมัยขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน และคัดค้านการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวันมาโดยตลอด ขณะที่สหรัฐฯ แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้วอชิงตันจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตนเองของไต้หวัน
ขณะเดียวกัน KCNA รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ส่งสารอวยพรวันเกิดถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย พร้อมยืนยันว่าเกาหลีเหนือจะเดินหน้าสนับสนุนรัสเซียและขยายความร่วมมือภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างสองประเทศ
คิมระบุว่า เขาเชื่อมั่นว่าสิ่งที่รัสเซียเรียกว่า “สงครามอันศักดิ์สิทธิ์แห่งความยุติธรรม” เพื่อปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดน จะลงเอยด้วยชัยชนะ อย่างไรก็ตาม สารของผู้นำเกาหลีเหนือไม่ได้กล่าวถึงสงครามในยูเครนโดยตรง
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า เกาหลีเหนือส่งกำลังทหารประมาณ 14,000–15,000 นาย ไปสนับสนุนรัสเซียนับตั้งแต่ปี 2024 ตามการประเมินของยูเครนและเกาหลีใต้
ที่มา: Reuters