อาลัย "มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน" ผู้วางรากฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เสียชีวิตในวัย 90 ปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อาลัย "มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน" ผู้วางรากฐานศาสตร์วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เบื้องหลังโครงการ "อะพอลโล" พามนุษย์เหยียบดวงจันทร์ จากไปอย่างสงบในวัย 90 ปี

มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน นักวิจัยผู้บุกเบิกวงการคอมพิวเตอร์ และหนึ่งในบุคคลสำคัญเบื้องหลังซอฟต์แวร์ที่ช่วยพามนุษย์ไปถึงดวงจันทร์ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 90 ปี

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ซึ่งเป็นอดีตสถานที่ทำงานของเธอ ยืนยันว่า แฮมิลตันเสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 กันยายน แต่ไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต

แฮมิลตันยังเป็นผู้นำทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยควบคุมยานอวกาศทั้งส่วนบัญชาการและยานลงจอดบนดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโล (Apollo) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA

มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน Massachusetts Institute of Technology
มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน

และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานของศาสตร์วิศวกรรมซอฟต์แวร์

แฮมิลตันเกิดที่เมืองเพโอลี รัฐอินดีแอนา ในปี 1936 ศึกษาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ก่อนสำเร็จการศึกษาด้านคณิตศาสตร์จากวิทยาลัยเอิร์ลัมในรัฐอินดีแอนา

เธอเริ่มทำงานที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ในปี 1959 ช่วงที่สามีกำลังศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และทำงานอยู่ที่นั่นต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางทศวรรษ 1970

ก่อนที่ต่อมา เธอจะขึ้นมาบริหารแผนกวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ของห้องปฏิบัติการเครื่องมือวัด MIT ซึ่งได้รับสัญญาจาก NASA ในปี 1961 กระทั่งเธอกลายเป็นผู้นำทีมวิศวกรประมาณ 100 คน ที่พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมและนำทางในภารกิจอะพอลโล

โอลิวิเยร์ เดอ เว็ก ศาสตราจารย์ด้านโครงการอะพอลโล และรักษาการหัวหน้าภาควิชาการบินและอวกาศของ MIT กล่าวถึงแฮมิลตันว่า การเรียกเธอว่าเป็นเพียงผู้บุกเบิก หรือล้ำหน้ากว่ายุคสมัย ยังถือว่าน้อยเกินไป

เขาระบุว่า ในช่วงเวลาที่วิศวกรรมซอฟต์แวร์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แฮมิลตันไม่เพียงพัฒนาโค้ดขั้นสูงด้วยตัวเอง แต่ยังนำทีมใช้เทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่นั้นไปสร้างระบบที่ซับซ้อนที่สุดระบบหนึ่งที่มนุษย์เคยพัฒนาขึ้นมา

นอกจากบทบาทในโครงการอะพอลโลแล้ว แฮมิลตันยังได้รับเครดิตว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ช่วยผลักดันให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์กลายเป็นศาสตร์และวิชาชีพอย่างจริงจัง

มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน Massachusetts Institute of Technology
มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน

เธอเป็นผู้ช่วยทำให้คำนี้แพร่หลาย และสร้างแนวคิดว่าการเขียนซอฟต์แวร์ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงงานเขียนโค้ด แต่เป็นกระบวนการทางวิศวกรรมที่ต้องอาศัยการออกแบบ การตรวจสอบ และระบบป้องกันความผิดพลาดอย่างเป็นระบบ

แนวคิดนี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อยเกี่ยวกับแนวคิดของแฮมิลตัน คือเหตุการณ์ที่เรียกว่า "ลอเรน เออร์เรอร์" (Lauren error) ซึ่งตั้งชื่อตามลูกสาวของเธอ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่ลอเรนอายุประมาณ 4 ขวบ และกำลังเล่นกับเครื่องจำลองระบบของยานอะพอลโล

แฮมิลตันเคยเล่าว่า ลูกสาวชอบเล่นเป็นนักบินอวกาศ เพราะเห็นเธอทำงานกับระบบจำลองอยู่เป็นประจำ ครั้งหนึ่ง ลอเรนเผลอทำให้ระบบจำลองของยานพังลงจากการใช้งานผิดลำดับ จนทำให้แฮมิลตันเริ่มคิดว่า หากนักบินอวกาศทำผิดแบบเดียวกันระหว่างปฏิบัติภารกิจจริง ผลที่ตามมาอาจรุนแรงกว่ามาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เธอจึงพัฒนากลไกป้องกัน เพื่อไม่ให้นักบินสามารถสั่งการผิดในลักษณะเดียวกันระหว่างเที่ยวบินจริง

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดที่ NASA ยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างของผลงานแฮมิลตัน เกิดขึ้นระหว่างภารกิจ อะพอลโล 11 ในปี 1969

ก่อนยานลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์เพียงประมาณ 3 นาที ระบบเกิดความผิดปกติจากความพยายามเปลี่ยนภาระการประมวลผลหลักของคอมพิวเตอร์ไปยังระบบเรดาร์ ซอฟต์แวร์ที่ทีมของแฮมิลตันพัฒนาขึ้นสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานและตัดงานที่ไม่จำเป็นออกได้ ทำให้ระบบยังคงทำหน้าที่สำคัญต่อไป

NASA ระบุว่า การทำงานของซอฟต์แวร์ในช่วงเวลาดังกล่าวช่วยให้ภารกิจสามารถเดินหน้าต่อและลงจอดได้อย่างปลอดภัย

มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน Massachusetts Institute of Technology
มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน

หลังงานในโครงการอะพอลโลสิ้นสุดลง ห้องปฏิบัติการเครื่องมือวัด MIT แยกตัวออกมาเป็นห้องปฏิบัติการชาร์ลส์ สตาร์ก เดรเปอร์ ซึ่งปัจจุบันรู้จักในชื่อห้องปฏิบัติการเดรเปอร์ ซึ่งแฮมิลตันไม่ได้ย้ายตามไปทำงานกับองค์กรใหม่ แต่เลือกออกไปตั้งบริษัทของตัวเอง

เจอร์รี โวเลตซ์ ซีอีโอของเดรเปอร์ กล่าวถึงเธอว่า แฮมิลตันทิ้งร่องรอยสำคัญไว้กับองค์กรอย่างไม่อาจลบเลือนได้เขาระบุว่า ความเป็นผู้นำและผลงานของเธอช่วยให้นักบินอวกาศอะพอลโลสามารถลงจอดบนดวงจันทร์และกลับมายังโลกได้อย่างปลอดภัย

ผลงานของแฮมิลตันได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการหลายครั้ง ในปี 2003 เธอได้รับรางวัลเชิดชูผลงานพิเศษตามกฎหมายอวกาศของนาซา ต่อมาในปี 2016 ประธานาธิบดี บารัก โอบามา มอบเหรียญอิสรภาพของประธานาธิบดีให้แก่เธอ เพื่อยกย่องผลงานด้านวิทยาศาสตร์และการเดินทางในอวกาศ

พอล เคอร์โต ผู้เสนอชื่อแฮมิลตันเข้ารับรางวัล NASA ในปี 2003 เคยกล่าวว่า เขาประหลาดใจที่พบว่า ก่อนหน้านั้นเธอยังไม่เคยได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการอย่างสมเกียรติกับผลงานที่สร้างไว้

เขายังระบุว่า แนวคิดหลายอย่างของแฮมิลตัน ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์แบบอะซิงโครนัส, การจัดตารางงานตามลำดับความสำคัญ, การทดสอบระบบแบบต้นทางถึงปลายทาง และระบบที่เปิดให้นักบินมีส่วนตัดสินใจผ่านการแสดงข้อมูลตามลำดับความสำคัญ ล้วนกลายเป็นรากฐานของการออกแบบซอฟต์แวร์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงในเวลาต่อมา

มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน รับเหรียญจากบารัก โอบามา Massachusetts Institute of Technology
มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน รับเหรียญจากบารัก โอบามา

มรดกของมาร์กาเร็ต แฮมิลตันจึงไม่ได้อยู่เพียงในหน้าประวัติศาสตร์การพิชิตดวงจันทร์ แต่ยังฝังอยู่ในแนวคิดพื้นฐานของการพัฒนาซอฟต์แวร์สมัยใหม่ ที่ต้องออกแบบให้ระบบสามารถรับมือความผิดพลาดได้ก่อนที่ความผิดพลาดนั้นจะกลายเป็นหายนะ

ที่มา: CNN

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ