ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวว่า กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนร่วมกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากเกิดเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน ในจำนวนนี้มีชาวอเมริกันรวมอยู่ด้วย 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 309 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ต่อคำถามที่ว่า สหรัฐฯ มีแผนจะเข้าร่วมการโจมตีกลุ่มฮูตีกับซาอุดีอาระเบียหรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบว่า อาจตัดสินใจเข้าร่วม โดยขอตรวจสอบสถานการณ์ก่อน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
สำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียแถลงว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบกำลังได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่จำเป็น และการโจมตีครั้งนี้ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการประเมิน ขณะที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีสนามบินครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อซาอุดีอาระเบียในช่วงที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ กลุ่มดังกล่าวอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีสนามบินแห่งนี้ 2 ครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และสะท้อนถึงช่องโหว่ด้านขีดความสามารถของซาอุดีอาระเบียในการป้องกันภัยขณะทำสงครามกับกลุ่มฮูตี เนื่องจากมีรายงานว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้าของรัฐบาลริยาดไม่ได้แจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุโจมตีครั้งล่าสุดในวันเสาร์
ขณะเดียวกัน กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียประณามเหตุโจมตีสนามบินในกรุงริยาดว่าเป็นอาชญากรรมสงครามอย่างร้ายแรง และเตือนว่าจะตอบโต้การโจมตีดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
ด้านกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติอ้างว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,900 ครั้งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่คลังอาวุธและกระสุน ค่ายทหาร ตำแหน่งทางทหาร และกำลังเสริมของกลุ่มฮูตี พร้อมระบุว่ากองกำลังภาคพื้นดินยังคงเดินหน้าโจมตีต่อเนื่อง
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย แจ้งเตือนหลังเหตุโจมตีสนามบินคิงคาลิด โดยระบุว่า ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านสนามบินดังกล่าวชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือหากมีความจำเป็น ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย