เกิดเหตุผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ซึ่งสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ทำร้ายคณะนักการทูตจากยุโรป ขณะเดินทางเยือนเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากนานาชาติ
คณะผู้แทนนักการทูตจากยุโรปที่ถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลโจมตี ได้แก่ ผู้แทนจากเบลเยียม ฝรั่งเศส โปแลนด์ และคริสตจักรคาทอลิก ซึ่งเดินทางไปเยือนหมู่บ้านทัยเบห์ ใกล้เมืองรามัลลาห์ ซึ่งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ เพื่อติดตามสถานการณ์ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ระหว่างฤดูเก็บเกี่ยวมะกอก
หลังเกิดเหตุ ทางการเบลเยียมออกโรงประณามเหตุทำร้ายกงสุลใหญ่และคณะผู้แทนคนอื่น ๆ โดยระบุว่ารถยนต์ของสถานกงสุลได้รับความเสียหาย และนายกเทศมนตรีชาวฝรั่งเศสถูกทำร้าย พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ก็ประณามเหตุโจมตี โดยเรียกว่าเป็นการกระทำรุนแรง และกำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังตั้งข้อสงสัยต่อเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รอผลสอบสวนก่อนสรุปข้อเท็จจริง เนื่องจากอาจเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่มีความร่วมมือกัน เพื่อใส่ร้ายป้ายสีอิสราเอล
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่งและไฮดี เลวีน ช่างภาพของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีโดยผู้ตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งในเวสต์แบงก์ ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อย่างมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่กล่าวว่าการโจมตีเลวีนนั้นน่าตกใจและไม่ใช่เรื่องดี
นอกจากนี้ รูบิโอยังเน้นย้ำจุดยืนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้อิสราเอลจัดการกับปัญหาความรุนแรงของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานในเวสต์แบงก์อย่างจริงจัง
ขณะที่ไมค์ ฮักกาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของรัฐบาลอิสราเอล เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการก่อการร้ายที่น่ารังเกียจ ที่กระทำโดยพวกขี้ขลาดสวมหน้ากาก และผู้ก่อเหตุต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด