เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจาะชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากครูไม่พอ-การศึกษาเหลื่อมล้ำ สู่ปัญหาค่าครองชีพและนโยบายรัฐ ประชาชนกว่า 5.5 แสนคนลงถนน กดดันรัฐบาลมาครงก่อนเลือกตั้งปี 2027

การประท้วงครั้งใหญ่ที่กำลังสั่นสะเทือนฝรั่งเศส มีจุดเริ่มต้นจากความไม่พอใจต่อปัญหาในระบบการศึกษา ทั้งการขาดแคลนครู สภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม และความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา ก่อนที่การเคลื่อนไหวของนักเรียนจะขยายวงกว้างและเชื่อมโยงเข้ากับปัญหาค่าครองชีพ ค่าแรง บริการสาธารณะ ตลอดจนความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล จนกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคนทั่วประเทศ

17 กันยายน จุดเริ่มต้นการประท้วง “ระบบการศึกษา”

เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง Reuters/Tom Nicholson/File Photo
เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง

จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่โรงเรียนมัธยมแซ็งเต็กซูเปรี ในเมืองเครเตย ชานกรุงปารีส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรชนชั้นแรงงานอาศัยอยู่จำนวนมาก นักเรียนรวมตัวกันประท้วงเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมในการเรียน ทั้งการขาดแคลนครูอย่างต่อเนื่อง อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทรุดโทรม รวมถึงคุณภาพการศึกษาที่พวกเขามองว่าถดถอยลงมาเป็นเวลานาน

หลังจากนั้นเพียงสองสัปดาห์ การเคลื่อนไหวเริ่มขยายไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วฝรั่งเศส โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนหลายร้อยแห่งและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยจำนวนมากเข้าร่วม ก่อนจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง ครู และสหภาพแรงงาน ซึ่งต่างมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและการจัดสรรทรัพยากรของภาครัฐ

เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 มีนักเรียนและสมาชิกสหภาพแรงงานมากกว่า 160,000 คนออกมาประท้วงทั่วประเทศ ก่อนที่การชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์จะมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 550,000 คน ตามการประเมินของกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส

จากปัญหาที่เริ่มต้นภายในโรงเรียน การเคลื่อนไหวจึงขยายไปสู่การตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐบาลในการจัดการศึกษา บริการสาธารณะ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

ครูไม่พอ ห้องเรียนแออัด สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ข้อเรียกร้องเบื้องต้นของนักเรียนมุ่งไปที่การปรับปรุงสภาพการเรียนการสอน โดยต้องการให้ลดจำนวนนักเรียนต่อห้อง เพิ่มจำนวนครู ปรับปรุงอาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนจัดตารางเรียนให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน นักเรียนบางส่วนยังแสดงความไม่พอใจต่อระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมองว่ามีความซับซ้อนและขาดความโปร่งใส

ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญต่อสังคมฝรั่งเศส เนื่องจากการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กำหนดโอกาสในการประกอบอาชีพและสถานะทางสังคม โดยเฉพาะการเข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำหรือที่เรียกว่า กร็องด์เซกอล ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเข้าสู่ตำแหน่งระดับสูงทั้งในแวดวงการเมือง ธุรกิจ และภาคส่วนอื่น ๆ

แม้ระบบการศึกษาของฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญกับความสามารถทางวิชาการและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน แต่ในทางปฏิบัติ นักเรียนแต่ละคนกลับมีต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจแตกต่างกัน โดยเฉพาะเด็กจากโรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากร ซึ่งอาจมีความพร้อมในการแข่งขันน้อยกว่าเด็กจากโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณเพียงพอ หรือเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะและมีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการศึกษามากกว่า

ด้วยเหตุนี้ ปัญหาการขาดแคลนครูและคุณภาพโรงเรียนจึงไม่ได้เป็นเพียงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการเรียนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรมในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่ด้วย

เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง Reuters/Denis Balibouse
เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง

เมื่อขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองกลับมา ปัญหาโรงเรียนจึงเชื่อมโยงกับค่าครองชีพ

การประท้วงเริ่มมีมิติทางเศรษฐกิจและสังคมชัดเจนขึ้น เมื่อการเคลื่อนไหวของนักเรียนได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงานและผู้สนับสนุนขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง หรือ Yellow Vests ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการประท้วงรัฐบาลฝรั่งเศสเมื่อปี 2018

ขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองเริ่มต้นจากความไม่พอใจต่อภาษีน้ำมันและค่าครองชีพ ก่อนขยายไปสู่ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นนำทางการเมืองที่ผู้ประท้วงมองว่าห่างไกลจากปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชน

การกลับมารวมตัวกันของนักเรียน สหภาพแรงงาน และผู้สนับสนุนเสื้อกั๊กเหลือง จึงทำให้ขอบเขตของการประท้วงกว้างขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นปัญหาการศึกษาไปสู่ข้อเรียกร้องด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนหลากหลายกลุ่ม

สำหรับนักเรียน ความไม่พอใจยังคงอยู่ที่คุณภาพโรงเรียนและความไม่แน่นอนของอนาคตทางการศึกษา ขณะที่ครูและบุคลากรภาครัฐให้ความสำคัญกับระดับค่าจ้าง ภาระงาน และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน ส่วนครัวเรือนทั่วไปกำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นสวนทางกับรายได้

เอมิล ชาบาล ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ มองว่า การประท้วงครั้งนี้เป็นผลต่อเนื่องจากความไม่พอใจที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง โดยการที่ข้อเรียกร้องของนักเรียนสามารถเชื่อมโยงกับปัญหาทางสังคมในวงกว้างได้ ยิ่งทำให้รัฐบาลเผชิญแรงกดดันในการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนมากขึ้น

งบประมาณปี 2027 เพิ่มแรงกดดันรัฐบาล ท่ามกลางภาระหนี้สาธารณะ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ความไม่พอใจขยายตัว คือการประท้วงของนักเรียนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการนัดหยุดงานของบุคลากรภาครัฐ เพื่อต่อต้านแผนงบประมาณประจำปี 2027 ของรัฐบาลฝรั่งเศส

ร่างงบประมาณดังกล่าวมีข้อเสนอลดรายจ่ายและปรับมาตรการภาษีรวมประมาณ 54,000 ล้านยูโร หรือราว 60,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าเป็นมาตรการจำเป็นสำหรับควบคุมการขาดดุลงบประมาณและรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

หนึ่งในมาตรการที่ได้รับเสียงคัดค้านคือข้อเสนอให้ตรึงฐานที่ใช้คำนวณเงินเดือนพื้นฐานของข้าราชการ ซึ่งสหภาพแรงงานระบุว่า หากดำเนินการตามแผนจะทำให้ฐานเงินเดือนถูกตรึงติดต่อกันเป็นปีที่ 4

เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง Reuters/Abdul Saboor
เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายสำคัญของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ต้องควบคุมรายจ่ายและลดการขาดดุลงบประมาณ ท่ามกลางข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้ภาครัฐเพิ่มการลงทุนในระบบการศึกษา สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบริการสาธารณะ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาขาดแคลนทรัพยากรมาเป็นเวลานาน

ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ประมาณ 119.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจเติบโตในระดับต่ำ

รัฐบาลจึงต้องเผชิญโจทย์ที่ยากลำบากในการหาสมดุลระหว่างการรักษาวินัยทางการคลังกับการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน เพราะการลดรายจ่ายในช่วงที่บริการสาธารณะหลายด้านถูกวิจารณ์ว่ามีปัญหาอยู่แล้ว อาจยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่พอใจต่อการบริหารประเทศ

ความเหลื่อมล้ำไม่ได้วัดแค่รายได้ แต่รวมถึงโอกาสในอนาคต

เบื้องหลังการประท้วงของนักเรียนยังมีประเด็นความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากอยู่ในสังคมฝรั่งเศสมาเป็นเวลานาน โดยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจากโลกาภิวัตน์ การลดบทบาทของภาคอุตสาหกรรม และการกระจุกตัวของความมั่งคั่งที่ส่งต่อกันระหว่างรุ่น ล้วนมีส่วนทำให้ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเหลื่อมล้ำที่นักเรียนเผชิญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้ของครอบครัว แต่ยังรวมถึงคุณภาพโรงเรียน พื้นที่อยู่อาศัย ภูมิหลังทางสังคม ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงสถาบันการศึกษาชั้นนำ

เด็กที่เติบโตในโรงเรียนซึ่งขาดแคลนครูและทรัพยากร จำเป็นต้องแข่งขันภายใต้ระบบเดียวกับเด็กที่มีความพร้อมมากกว่า ทั้งในแง่คุณภาพการศึกษา การสนับสนุนจากครอบครัว และเครือข่ายทางสังคมที่เอื้อต่อการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ

ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้แนวคิดเรื่องความสำเร็จจากความสามารถส่วนบุคคลถูกตั้งคำถามมากขึ้น เนื่องจากแม้ทุกคนจะอยู่ภายใต้กติกาการแข่งขันเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีจุดเริ่มต้นหรือโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำในฝรั่งเศสยังมีมิติทางภูมิศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากอำนาจทางการเมือง โอกาสทางเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษาชั้นนำ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในกรุงปารีส ส่งผลให้เกิดความรู้สึกถึงระยะห่างระหว่างเมืองหลวงกับพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ

เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง Reuters/Abdul Saboor
เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง

แม้เมืองเครเตย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการประท้วง จะตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงปารีส แต่พื้นที่ดังกล่าวกลับมีชุมชนชนชั้นแรงงานจำนวนมาก และเผชิญปัญหาด้านทรัพยากรการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

ความแตกต่างที่เกิดขึ้นจึงยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของประชาชนบางส่วนว่า โอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมไม่ได้ถูกกระจายอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นประเด็นคล้ายคลึงกับความไม่พอใจที่เคยปรากฏในขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง ก่อนจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งผ่านการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่

การประท้วงลุกลามเป็นความรุนแรง ตำรวจบาดเจ็บ 150 นาย

แม้ผู้เข้าร่วมการประท้วงส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวอย่างสงบ แต่การชุมนุมหลายพื้นที่กลับเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงบางส่วนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการทำลายทรัพย์สินและเหตุเพลิงไหม้

ในการชุมนุมใหญ่เมื่อวันเสาร์ นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมประมาณ 1,200 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 150 นาย

ขณะที่ตลอดหลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งนักเรียน บุคลากรโรงเรียน และเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมหลายร้อยคน รวมถึงการจับกุมผู้ประท้วงหลายพันคน ซึ่งจำนวนมากเป็นเยาวชน โดยบางส่วนได้รับการปล่อยตัวภายหลังโดยไม่มีการตั้งข้อหา

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจคือกรณีเด็กชายอายุ 15 ปีสูญเสียมือจากระเบิดที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนของตำรวจ ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอตช์ (Human Rights Watch) รายงานกรณีเด็กอายุ 14 ปีได้รับบาดเจ็บกรามแตกจากการถูกกระป๋องแก๊สน้ำตายิงในระยะใกล้ พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ต่อเด็กและเยาวชนในบางเหตุการณ์

ด้านกูยา อักคอร์เนโร ผู้เชี่ยวชาญด้านขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม มองว่า ความตึงเครียดระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในการชุมนุมครั้งนี้ แต่เป็นผลจากความขัดแย้งและการเผชิญหน้าที่สะสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สถานการณ์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงข้อเรียกร้องของประชาชนต่อรัฐบาล แต่ยังขยายไปสู่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่และแนวทางรักษาความสงบเรียบร้อยระหว่างการชุมนุมด้วย

จากการชุมนุมอย่างสงบ สู่เหตุเผาศาลาว่าการและปล้นร้านค้า

ความรุนแรงยังลุกลามไปถึงการโจมตีอาคารสาธารณะ ร้านค้า และทรัพย์สินในหลายเมืองทั่วฝรั่งเศส โดยหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือเพลิงไหม้อาคารศาลาว่าการเก่าแก่ของเมืองลิโมช ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ก็มีรายงานการเผารถยนต์และปล้นสะดมร้านค้า

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประกาศว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพย์สินและก่อความรุนแรงจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุรุนแรงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมการประท้วงทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงชุมนุมโดยสงบ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางรับมือของรัฐบาล โดยฝ่ายหนึ่งมองว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมความรุนแรงและป้องกันความเสียหาย ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามว่าการมุ่งเน้นมาตรการด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุม

ฌอง-ลุค เมลองชง ผู้นำฝ่ายซ้ายจากพรรคลาฟรองซ์แซ็งซูมีซ (La France Insoumise) กล่าวหารัฐบาลว่าใช้มาตรการปราบปรามนักเรียนและมีส่วนทำให้สถานการณ์บานปลาย ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมความรุนแรงและดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุทำลายทรัพย์สิน

ความไม่พอใจต่อการเมืองยุคมาครง กับความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่รับฟัง

นอกเหนือจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจ การประท้วงครั้งนี้ยังสะท้อนความไม่พอใจต่อรูปแบบการบริหารประเทศภายใต้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งมักถูกเรียกว่า มาครงนิสม์ (Macronism)

ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา แนวทางการบริหารของมาครงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามว่าให้น้ำหนักกับการตัดสินใจจากส่วนกลางและการกำหนดนโยบายจากบนลงล่างมากเกินไป ขณะที่ประชาชนบางส่วนรู้สึกว่าความคิดเห็นและปัญหาของตนไม่ได้รับการรับฟังอย่างเพียงพอ

สำหรับคนรุ่นใหม่ ความไม่พอใจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณภาพโรงเรียน แต่ยังครอบคลุมถึงระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การเลือกปฏิบัติ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโอกาสในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา

เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน การประท้วงจึงกลายเป็นพื้นที่แสดงออกถึงความกังวลต่ออนาคต โดยเฉพาะความรู้สึกว่าการศึกษาและการทำงานหนักอาจไม่เพียงพอที่จะรับประกันคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้เหมือนในอดีต

เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง Reuters/Lucas Destrem
เปิดชนวนม็อบใหญ่ฝรั่งเศส จากห้องเรียนสู่วิกฤตการเมืองเขย่ารัฐบาลมาครง

การเมืองหลายขั้วซ้ำเติมวิกฤต หาทางออกยากขึ้น

อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญต่อการคลี่คลายสถานการณ์ คือความไม่แน่นอนทางการเมืองของฝรั่งเศสหลังการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อปี 2024 ซึ่งไม่มีพรรคหรือกลุ่มการเมืองใดครองเสียงข้างมากเด็ดขาด

สภาพการเมืองดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องเผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ภาษี การจัดสรรทรัพยากร และบริการสาธารณะ ซึ่งเป็นประเด็นที่แต่ละฝ่ายมีจุดยืนแตกต่างกัน

เอมิล ชาบาล มองว่า การแบ่งขั้วทางการเมืองเช่นนี้ทำให้ไม่มีพรรคหรือขบวนการใดสามารถรวบรวมความไม่พอใจของประชาชน แล้วเปลี่ยนเป็นนโยบายหรือข้อตกลงที่มีเสถียรภาพได้อย่างชัดเจน

เมื่อการเมืองภายในรัฐสภายังขาดฉันทามติ การตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชนจึงยิ่งมีความซับซ้อน เพราะมาตรการที่อาจได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มหนึ่งอาจเผชิญการคัดค้านจากอีกกลุ่มหนึ่ง

สถานการณ์เช่นนี้ยังทำให้ประชาชนบางส่วนตั้งคำถามถึงความสามารถของระบบการเมืองในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตาม

ฝรั่งเศสเข้าสู่ช่วงก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027

วิกฤตการประท้วงยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนทางการเมือง เนื่องจากฝรั่งเศสมีกำหนดจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2027

ท่ามกลางความไม่พอใจต่อรัฐบาลและความแตกแยกของพรรคการเมืองกระแสหลัก ประเด็นค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา และความมั่นคง จึงกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่ฝ่ายการเมืองต่าง ๆ นำมาใช้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศ

ในฝั่งการเมืองขวาจัด มารีน เลอ แปน และพรรคเนชันแนลแรลลี (National Rally) พยายามนำเสนอตนเองเป็นทางเลือกในการบริหารประเทศ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นผู้อพยพ อาชญากรรม ความมั่นคง และการวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นนำทางการเมืองที่ถูกมองว่าห่างไกลจากชีวิตของประชาชน

ขณะที่ฌอง-ลุค เมลองชง ผู้นำฝ่ายซ้าย เสนอแนวทางกระจายอำนาจและทรัพยากรไปยังประชาชนกลุ่มชนชั้นแรงงานมากขึ้น พร้อมแสดงจุดยืนต่อต้านนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารประเทศของฝ่ายการเมืองกระแสหลัก

อย่างไรก็ตาม การที่ประเด็นเหล่านี้ได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะมีพรรคการเมืองใดได้รับประโยชน์จากการประท้วงอย่างแน่นอน เนื่องจากท่าทีของประชาชนยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบาย ความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่น และการรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบ

การประท้วงครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าการเคลื่อนไหวต่อต้านนโยบายเฉพาะเรื่อง เพราะกำลังเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องแสดงให้เห็นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศได้อย่างไร

จากจุดเริ่มต้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในชานกรุงปารีส สู่การรวมตัวของประชาชนหลายแสนคนทั่วฝรั่งเศส การประท้วงครั้งนี้สะท้อนความไม่พอใจที่เชื่อมโยงกันหลายระดับ ตั้งแต่ปัญหาในห้องเรียน ภาระค่าครองชีพ และความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง

สำหรับรัฐบาลฝรั่งเศส ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้การชุมนุมยุติลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการหาทางตอบสนองต่อข้อเรียกร้องที่แตกต่างกันของประชาชน ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังดำเนินอยู่

ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027 ใกล้เข้ามา ความสามารถในการจัดการปัญหาเหล่านี้อาจกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ประชาชนใช้พิจารณาทิศทางอนาคตของฝรั่งเศส

ที่มา: TIME / Al Jazeera

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ