ปฏิบัติการล่าสุด ของกลุ่มฮูตี นอกจากจะโจมตีไปยังสนามบิน และบริษัทพลังงาน ของซาอุดีอาระเบีย ซ้ำยังมีการโจมตีค่ายทหารที่อ้างว่าบริหารโดยซาอุดีอาระเบีย
โดยค่ายฝึกทหารอัล-อาลัม (Al-Alam) ซึ่งใช้ฝึกอบรมกำลังพลใหม่ของกองกำลังความมั่นคงภายในและตำรวจ สังกัดรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตั้งอยู่ในจาร์ดาน (Jardan) ในจังหวัดชับวา (Shabwah ) ทางตอนใต้ของเยเมน ถูกกลุ่มฮูตีโจมตีด้วยขีปนาวุธ อย่างน้อย 3 ลูก ขณะกำลังพลใหม่กำลังยืนเข้าแถว เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา
ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คน และยังมีรายงานผู้สูญหายประมาณ 14 คน ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชับวาจำนวนมาก จนต้องมีการส่งตัวผู้บาดเจ็บสาหัสไปรักษาที่จังหวัดฮัดรามาวต์ (Hadhramaut) และเมืองเอเดน (Aden)
ซึ่งสมาชิกของกองกำลังที่ภักดีต่อซาอุดีอาระเบีย คนหนึ่ง เรียกร้องให้บริจาคเลือดในโรงพยาบาลชับวา เนื่องจากจำนวนผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
ด้าน สหพันธ์เผ่าพันธุ์ชับวา ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตี ต่อค่าย อัล-อาลัม โดยย้ำว่าเป็น การสังหารหมู่เต็มรูปแบบ
ขณะที่ อาลี อัล-ซากานี ( Ali Al-Sakani) ผู้สื่อข่าวอิสระชาวเยเมน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เมื่อเดือนที่แล้ว อับดุล-มาลิก อัล-ฮูตี (Abdul-Malik al-Houthi) ผู้นำฮูตี อ้างว่า กลุ่มของเขาจะไม่โจมตีผู้คนในพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของเยเมน แต่วันนี้ เขายิงขีปนาวุธ 3 ลูกใส่ศูนย์ฝึกอบรมในชับวาทำให้ทหารใหม่กว่า 50 นาย เสียชีวิต และบาดเจ็บกว่า 200 นาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับคำพูดของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาให้ความมั่นใจ แต่กองกำลังของเขากลับนำความตายมาให้
ด้าน พลตรี ยาห์ยา ซารี ( Yahya Saree) โฆษกกองทัพเยเมน ฝ่ายฮูตี ยอมรับว่า ได้โจมตีต่อค่าย อัล-อาลัม ซึ่งบริหารโดยนายทหารซาอุดีในพื้นที่ภาคตะวันออก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับสิบคน จากกลุ่มรวมตัวของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงนายทหารซาอุดี จึงขอเตือนให้ระวังการถูกหลอกลวงจากซาอุดีอาระเบียด้วยเงินสกปรกที่จะนำไปสู่ความตายโดยใช้เป็นเครื่องมือแทนทหารของตัวเอง
นอกจากนี้ ยังแถลงว่า กลุ่มฮูตี ได้เปิดปฏิบัติการทางทหาร 6 ครั้ง ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือการ โจมตี บริษัทอารัมโก (Aramco) ในเมืองยันบู (Yanbu) สองช่วง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ นอกจากนี้ยังโจมตีแหล่งน้ำมันอัช-ชัยบะห์ (Shaybah) จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงการโจมตีสนามบินคิงคาลิดในกรุงริยาด และยังโจมตีสนามบินนานาชาติอับฮา (Abha)และฐานทัพที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานของซาอุดีอาระเบียในแถบภูเขาอัล-ฮิสน์และอัล-เราะห์มะห์ รวมทั้งสนามบินคามิส มูไชต์ (Khamis Mushait) ทำให้การจราจรทางอากาศหยุดชะงัก
ขณะเดียวกัน ยัง เป้าโจมตีค่ายทหารของกองกำลังป้องกันชายแดนซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังทำลายเรดาร์ของกองกำลังซาอุดีอาระเบียที่บ่อน้ำมันทหารบีร์ อัสการ์ (Bi'r Askar)
หลังจากการโจมตี มายังซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตี กรมป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียได้ออกประกาศเตือนภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วนทั่วกรุงริยาด ส่งผลให้ต้องบังคับใช้มาตรการหลบภัยฉุกเฉิน ให้อยู่ในที่พักในร่ม หลีกเลี่ยงหน้าต่างและประตู และปฏิบัติตามคำแนะนำของกองป้องกันพลเรือน หลังจากมีการสกัดกั้นขีปนาวุธที่มุ่งตรงเข้ามายังเมืองหลวง