ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส วิจารณ์ผู้นำบางประเทศว่าฉวยโอกาสจากเหตุจลาจลในกรุงปารีส และที่อื่น ๆ ในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง พร้อมทั้งแสดงจุดยืนจะไม่ประนีประนอมกับกลุ่มซ้ายจัดที่จุดชนวนความรุนแรงทั่วประเทศ
ความคิดเห็นดังกล่าวของผู้นำฝรั่งเศส เกิดขึ้นระหว่างการเยือนกรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ โดยประธานาธิบดีมาครง ระบุว่า แม้จะยังไม่มีการแทรกแซงจากประเทศอื่นระหว่างการประท้วงอย่างชัดเจน แต่มีการฉกฉวยหาผลประโยชน์จากเหตุการณ์เหล่านี้
จึงทำให้มีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมและขาดการไตร่ตรองจากหลายฝ่าย รวมถึงผู้นำของประเทศอื่นด้วย
โดย ประธานาธิบดี มาครง วิจารณ์ว่าผู้นำต่างชาติเหล่านี้ใช้การจลาจลในฝรั่งเศสเพื่อหาเสียงและ สร้างคะแนนนิยมให้ตนเอง
แม้จะไม่ระบุชื่อออกมาโดยตรง แต่รายงานข่าวของ บีบีซี เชื่อว่า คำวิจารณ์ของ ประธานาธิบดี มาครง ต้องการพาดพิง นายกรัฐมนตรี เบนจาเมน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในสัปดาห์หน้า และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
โดยประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้ออกมาวิจารณ์ว่าสาเหตุของการจลาจลในฝรั่งเศสคือการเปิดรับผู้อพยพเข้าประเทศอย่างไร้การควบคุม
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี มาครง ยังย้ำจุดยืนว่ารัฐบาลจะไม่ประนีประนอมกับกลุ่มผู้จุดชนวนความรุนแรงที่มีแนวคิดซ้ายจัด ซึ่งผู้นำฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นต้นเหตุหลักของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
สำหรับคำวิจารณ์ของประธานาธิบดีมาครง สอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวเดอะ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ในอังกฤษ ที่ีระบุว่าหน่วยงานในสังกัดสหภาพยุโรป กำลังตรวจสอบว่ารัฐบาลชาติอื่น ๆ ได้ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์แทรกแซงและบิดเบือนข้อเท็จจริงเหตุจลาจลในฝรั่งเศสและชาติอื่น ๆ ในยุโรปหรือไม่
รายงานดังกล่าวอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหลายคนที่ระบุว่าพบบัญชีผู้ใช้งานแพลตฟอร์ออนไลน์หลายบัญชีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายขวาจัดและสนับสนุนรัสเซีย ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความรุนแรงเพื่อยกระดับความวุ่นวาย
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าแอลจีเรียและอิหร่านยังอาจอยู่เบื้องหลังการส่งต่อข้อความและการโฆษณาเกี่ยวกับเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นในยุโรป