กองทัพอิหร่านส่งเครื่องบินขับไล่ F-14 และ F-5 จากยุคสงครามเย็น ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับอิรักและใกล้คูเวต หลังจากตรวจพบความเคลื่อนไหวที่เพิ่มมากขึ้นของอากาศยานจากกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ภารกิจลาดตระเวนของเครื่องบินขับไล่ F-14 และ F-5 จากกองทัพอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการรับมือการโจมตีเป้าหมายในประเทศ ซึ่งอิสราเอลอาจใช้น่านฟ้าซีเรียและอิรักในการรุกเข้าใกล้อิหร่านจากทางตะวันตก
โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิรักถูกทำลายไปตั้งแต่ช่วงสงครามอ่าวในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และช่วงทศวรรษ 2000 ทำให้สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกสามารถใช้น่านฟ้าของอิรักได้ในหลากหลายภารกิจ
เช่นเดียวกับซีเรีย ที่แม้จะเคยมีเครือข่ายระบบป้องกันภัยทางอากาศแบ่งออกเป็นหลายชั้น แต่ก็ถูกทำลายลงไป หลังจากในเดือนธันวาคมปี 2024 กองทัพรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด พ่ายแพ้ให้กับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากตุรกีและชาติตะวันตก
การล่มสลายของรัฐบาลที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ชาตินิยมอาหรับทั้งในอิรักและซีเรีย จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ สามารถโจมตีอิหร่านได้โดยสะดวก
ขณะที่ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว กองทัพอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-35 ประมาณ 10 ลำ บินผ่านน่านฟ้าอิรักและซีเรีย มุ่งหน้าเข้าใกล้พรมแดนอิหร่าน เพื่อฝึกซ้อมการบินโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้ง
สำหรับเครื่องบินของกองทัพอิหร่านส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินยุคเก่า โดยเครื่องบินขับไล่ F-14 และ F-5 ของอิหร่านถูกซื้อมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินเหล่านี้ในช่วงสงครามเวียดนามด้วย
นอกจากนี้ กองทัพอากาศอิหร่านยังมีเครื่องบินรบ MiG-29 ที่แม้จะใหม่กว่า แต่ซื้อมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 และยังไม่ได้รับการอัปเกรดตามมาตรฐานเครื่องบินยุคที่ 4.5 จนถึงทุกวันนี้