โดยในปี 2018 ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจเอเชียใต้จะขยายตัวร้อยละ 7.3 ที่สำคัญประชากรในเอเชียใต้รวมกันกว่า 1,772 ล้านคน ประกอบด้วยผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อระดับปานกลาง จนถึงระดับสูง รวมถึง 370 ล้านคน โดยเฉพาะประเทศอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา และปากีสถาน เป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง มากถึง 1 ใน 4 ของโลก และมีมูลค่าจีดีพีรวมปี 2559 กว่า 2.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีการขยายตัวเฉลี่ยปีละ 6-7% ดังนั้นประเทศไทยมุ่งขยายตลาดการค้าและการลงทุนมากขึ้น จากปัจจุบันสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่เริ่มส่งออกภูมิภาคเอเชียใต้ ได้แก่ เม็ดพลาสติก รถยนต์และส่วนประกอบรถยนต์ เครื่องจักรกล เหล็ก เป็นต้น
รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการจัดโครงการเสวนาเอเชียใต้ โอกาสสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย สนับสนุนโดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมากด้านความรู้การลงทุนธุรกิจให้กับผู้ประกอบไทย เนื่องด้วยตลาดเอเชียใต้เป็นโอกาสที่สามารถสร้างตลาดใหม่มีความน่าสนใจในเรื่องของประชากรมากถึง 1,500 ล้านคน เพราฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นตลาดที่มีเศรษฐกิจใหญ่มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อัตราการเจริญเติบโตประเทศในเอเชียใต้นั้นมีการเจริญเติบโตที่สูงในช่วงก่อนวิกฤต โควิด19 นั้นโตประมาณ 5-6% ภูมิภาคนี้มีรายได้เฉลี่ยต่อคนมีความเป็นไปได้ที่จะพ้นขีดความยากจนขึ้นมาเป็นประเทศรายได้ระดับกลางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญผ่านข้อตกลงทางการค้าเสรี ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย อาเซียนอินเดีย และในอนาคตข้อตกลงเรื่องด้านอาหาร (trade in food agreement) ระหว่างประเทศไทยกับบิมสเทค (Bimstec) ก็เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งเป็นการรวมของประเทศบริเวณรอบอ่าวเบงกอล ถึงแม้ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็ตาม นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้จะมีการลงนามข้อตกลงอาเซียน + 6 คือ ประเทศที่อยู่ในกลุ่มอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ และบวกประเทศที่เพิ่มเข้ามาอีก 6 ประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศจีน, ญี่ปุ่น,เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอินเดีย เพราฉะนั้นทำให้พื้นที่ตรงนี้มีความน่าสนใจมากและวันนี้ก็อยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้รู้ว่าทำไมเราถึงต้องหันมาสนใจเอเชียใต้
นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโตปี 2563 ครั้งนี้มีการเสวนาเอเชียใต้ โอกาสสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย จัดโดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เพื่อมุ่งเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยมีความรู้ด้านตลาดเอเชียใต้ ซึ่งมิติด้านผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มี GDP สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเอเชียใต้ หมายถึง บังกลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และมัลดีฟ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง หรือในกลุ่มที่เรียกว่า เศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Economies) ดังนั้นในประเทศเหล่านี้มีนักลงทุน ผู้ที่มีกำลังซื้อและท่องเที่ยวระดับกลางไปจนถึงระดับสูงเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี สถาบันไฟฟ้าฯจึงได้ร่วมกับสสว. ดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุน SMEs ในการขยายช่องทางการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น ประเทศในแถบเอเชียใต้ รวมถึงการดำเนินมาตรการสำคัญในการส่งเสริม SMEs ในปี 2563 ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน SMEs รายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาความรู้ ทักษะ และการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด สนับสนุนช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนช่วยเหลือ SME ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการต่อได้หลังวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรน่าโควิด – 19