WorldBank2026 WorldBank2026

Melt Blown ผ้าไม่ทักไม่ทอ ชั้นกรองหน้ากากอนามัยสกัดโควิด - 19

การระบาดของ COVID – 19 ทำให้ปริมาณหน้ากากอนามัยมีไม่เพียงพอ ต่อความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่า จะมีความต้องการอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หรือ PPE อย่างหน้ากากอนามัย ถุงมือ พุ่งสูงขึ้นถึง 100 เท่า

ที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศ เพราะในส่วนการผลิตในประเทศที่มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 11 โรง ผลิตหน้ากากอนามัยได้ราว 40.5 ล้านชิ้นต่อเดือน  อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าในภาวะปกติความต้องการใช้หน้ากากอนามัยของไทยอยู่ที่ประมาณ 30 - 40 ล้านชิ้นต่อเดือน 

ความต้องการหน้ากากอนามัยในประเทศมีเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งสถานการณ์การระบาดของ COVID-19  และฝุ่น PM 2.5 ทำให้ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว มากถึงราว 200 ล้านชิ้นต่อเดือน 

ในขณะที่การนำเข้าทำได้ยากเนื่องจากหลายประเทศจำกัดการส่งออก เช่น สหรัฐฯ และหลายประเทศห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย เช่น เยอรมนีและเกาหลีใต้ เช่นเดียวกับไทย ที่กำหนดให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2020 ห้ามไม่ให้มีการส่งออก  ขณะที่สถานการณ์ระบาด COVID - 19 ต่อเนื่องซึ่งปัญหาสำคัญของประเทศไทยคือ แม้จะมีโรงงานผลิต แต่วัตถุดิบ เช่น เมลต์โบลน ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้น จึงถึงเวลาที่ไทย ต้องพึ่งตัวเองการผลิตวัตถุดิบเพื่อทำหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับโลก

ความท้าทายในการผลิตหน้ากากอนามัยของไทย คือ การผลิตแผ่นกรองหน้ากากอนามัย ที่เรียกว่า เมลต์โบลน (Melt Blown) เพราะที่ผ่านมา ไทยต้องนำเข้าจากจีนเป็นหลัก  และความยากลำบากในช่วงสถานการณ์ COVID-19 คือ จีนควบคุมการส่งออก  ทำให้ไทยต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น ในบางช่วงราคาแผ่นกรอง เมลต์โบลน สูงขึ้น 1,700 - 2,000 บาทต่อกิโลกรัมจากเดิมที่มีราคาเฉลี่ย 80-100 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ไทยควบคุมราคาไม่ให้ขายเกิน 2.50 บาทต่อชิ้น

ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนไทย เพื่อแก้ปัญหาความต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ในการทำหน้ากากอนามัยให้ได้มาตรฐานและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ  เพื่อสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขในช่วงที่เกิดภาวะระบาด

เมื่อเร็วๆ นี้ ภญ. อำพร เจริญสมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด (บริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100%) และ นายสมเกียรติ เลิศฤทธิ์ภูวดล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์ แผนและพัฒนาธุรกิจองค์กร บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ลงนามในสัญญาร่วมทุนเพื่อจัดตั้งบริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด  เร่งเดินหน้าสร้างโรงงานผลิตผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) ภายในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) ที่ขึ้นรูปด้วยวิธี เมลต์โบลน เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผ้าชั้นกรองหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และชุดกาวน์ มีคุณสมบัติการกรองที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ฝุ่น PM2.5 รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆ

โรงงานผลิตตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ไออาร์พีซี จ.ระยอง คาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งเป็นการส่งเสริมนโยบาย Thailand 4.0 ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมั่นคง

ทั้งนี้ บริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด ยังมุ่งพัฒนาต่อยอดอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ เพื่อเป็นการทดแทนอุปกรณ์การแพทย์ที่ทำมาจากผ้า cotton หรือ polyester  ซึ่งต้องมีการนำมาล้างฆ่าเชื้อแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ จึงได้มีแนวคิดในการนำผ้าเมลต์โบลน ไปพัฒนาเป็นผ้าปูเตียงผู้ป่วย ผ้าห่ออุปกรณ์สำหรับการผ่าตัด  รวมทั้งการผลิตเป็นแผ่นกรองอากาศที่ใช้ในห้องผ่าตัด และห้องปลอดเชื้อ เป็นต้น 

นวัตกรรม “ผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric)” หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า “ผ้าไม่ถักไม่ทอ” หรือ ที่เรียกว่า “Non-woven”  คืออะไร และมีความสำคัญกับหน้ากากอนามัยอย่างไรบ้าง
ความพิเศษของ ผ้าไม่ถักไม่ทอ ที่แตกต่างจากผ้าทั่วไปคือ ผ้าทอทั่วไป ที่ขึ้นรูปจากเส้นด้าย จากนั้นจะนำไปถักทอเป็นผืน  แต่ผ้าแบบไม่ถักไม่ทอ หรือที่เรียกว่า Non-woven เป็นเส้นใยที่ใช้กระบวนการผลิต ทำให้เส้นใยเป็นรูปเป็นผืน ไม่ผ่านการถักทอทำให้ไม่มีรอยต่อ  อาจจะเริ่มจากเส้นใยโดยตรงหรือเม็ดพลาสติกที่ขึ้นรูปเป็นเส้นใยแล้วจึงทำให้เป็นผืนอีกต่อหนึ่ง
ผ้าไม่ถักไม่ทอชนิดนี้ใช้ทำหน้ากากอนามัยที่หลายคนเห็นหน้าตาคล้ายกระดาษ แต่สัมผัสนุ่มคล้ายผ้า สามารถป้องกันเชื้อโรคได้
 

 

ความแตกต่างของหน้ากากอนามัย ที่มีอยู่ในท้องตลาดประเภทที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ต้องพึ่งพาเมลต์โบลน ที่ผลิตจากผ้าไม่ถักไม่ทอ ประกอบด้วย หน้ากากทางการแพทย์ หน้ากาก N95 หน้ากาก FFP1 โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่แบ่งออกเป็น  3 ชั้นจะใช้ผ้าถักทอไร้รอยต่อในการผลิตโดยชั้นแรกด้านนอก สปันบอนด์นอนวูฟเวน มีคุณสมบัติกันน้ำ  ชั้นที่สอง เมลต์โบลนนอนวูฟเวน โดยจะผลิตด้วยเส้นใยที่ละเอียดสามารถกรองเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัส รวมไปถึงฝุ่น PM 2.5  ส่วนชั้นที่สาม สปันบอนด์นอนวูฟเวนเช่นเดียวกันกับด้านนอก ที่สัมผัสใบหน้าจะมีลักษณะอ่อนนุ่ม ดูดซับความชื้นต่างๆ ได้

ผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) ที่ขึ้นรูปด้วยวิธี เมลต์โบลน เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ความสำคัญของหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานจึงอยู่ที่การป้องกันเชื้อโรคและสัมผัสที่อ่อนนุ่มจากเส้นใยที่มีลักษณะพิเศษ

การผลิตหน้ากากอนามัย ของโรงงานผลิตผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) ที่สามารถผลิตลักษณะเส้นใยขนาดเล็กและละเอียดในระดับไมโครเมตร มีคุณสมบัติการกรองหรือการกันอนุภาคเล็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้เรื่องของการระบายอากาศได้ดี สวมใส่สบาย ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อให้สามารถทำงานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีนชนิดพิเศษ (PP melt blown grade) ที่บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) วิจัยและพัฒนาเป็นผู้ผลิตแห่งแรกในประเทศไทยแม้เป็นความท้าทายของไทยในการผลิตอุตสาหกรรมต้นน้ำของการผลิตหน้ากากอนามัย แต่ก็เป็นความหวังในการสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสาธารณสุข ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ