WorldBank2026 WorldBank2026

พันธกิจด้านมนุษยธรรมนำ "ทีมแพทย์ศิริราช" สู่ "เนปาล" ส่งความรู้ดูแลผู้ป่วยโรคข้อเข่าผ่านโครงการ "ก้าวแรกของพระบรมศาสดา"

โครงการที่กำลังได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนทุกสารทิศในขณะนี้ คงต้องยกให้โครงการ "ก้าวแรกของพระบรมศาสดา" พันธกิจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้ผู้ด้อยโอกาสชาวเนปาล พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมแพทย์โรงพยาบาลศิริราชสู่ทีมแพทย์โรงพยาบาลสิทธัตถะ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล

สำหรับโครงการ "ก้าวแรกของพระบรมศาสดา" ริเริ่มโดยโรงพยาบาลศิริราช เพื่อมอบโอกาสให้กับชาวเนปาลโดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ได้กลับมาพึ่งพาตัวเองได้อีกครั้ง ทั้งยังเป็นการ “มอบความรักให้แก่มนุษยชาติ หรือ Love for Humanity by Siriraj” และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกด้วย

สำหรับหัวขบวนคนสำคัญที่บุกเบิกโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นต้องให้เครดิต ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประธานโครงการก้าวแรกพระบรมศาสดา ทั้งประสานงาน ระดมทุน เตรียมบุคลากรและปรับเครื่องไม้เครื่องมือให้เหมาะกับภารกิจที่ยากกว่าทุกงานที่เคยผ่านมา

ศ.นพ.กีรติ เล่าถึงโครงการนี้ว่า “ศิริราชเรามีลูกศิษย์จากหลายๆ ชาติที่มาเรียนวิชาการแพทย์กับเรา แต่ที่ผ่านมาแม้เราจะรับรู้ถึงปัญหาของแต่ละประเทศมาบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาสไปช่วยเหลือจริงจัง จนกระทั่งเราได้รับเชิญจากนายกสมาคมออโธปิดิคส์ที่เนปาลไปบรรยาย ไปสอน และมีโอกาสได้ไปที่เมืองลุมพินี ซึ่งเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ เราจึงได้ริเริ่มโครงการ เพื่อเป็นจุดตั้งต้นเชื่อมโยงระหว่างวงการแพทย์และศาสนา คือการไม่เลือกชนชั้นวรรณะหรือศาสนา หากแต่พร้อมที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม รวมทั้งให้ความรู้แก่แพทย์เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญ โดยเราอยากช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับโอกาส และได้เริ่มเรียนรู้ ได้พัฒนาทางการแพทย์ เพราะประเทศเนปาล มีองค์ความรู้ด้านการผ่าตัดกระดูกและข้อต่างจากบ้านเราไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ลำบากและขาดแคลนกว่าเรามาก”

เมื่อโครงการนี้ได้รับการจุดประกายขึ้น ศ.นพ.กีรติ มีโอกาสได้กราบนมัสการพระผู้ใหญ่หลายองค์ ได้แก่ พระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก) เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย พระราชวชิรธรรมาจารย์ (หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (หลวงพ่ออนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เจ้าคณะภาค 6, 7 ธรรมยุต ซึ่งเป็นชาวเนปาลที่ลุมพินี เชื้อสายกบิลพัสดุ์โดยกำเนิด ซึ่งทุกท่านเมื่อได้รับฟังไอเดียของโครงการต่างพร้อมใจกันสนับสนุน  โครงการ “ก้าวแรกของพระบรมศาสดา” โดยจัดตั้งผ้าป่าหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายให้กับคณะแพทย์ เพื่อเดินทางไปตรวจรักษาผู้ป่วยยากไร้ชาวเนปาล ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อราย รายละกว่า 1 แสนบาท ใช้งบประมาณ 3 – 4 ล้านบาท จึงทำให้้โครงการนี้เดินหน้าสมดังที่ตั้งใจไว้

ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่า โครงการ “ก้าวแรกของพระบรมศาสดา” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 6 ตุลาคมนี้ โดยทีมแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่นำโดยภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยศัลยแพทย์กระดูกและข้อ วิสัญญีแพทย์ พยาบาลปฏิบัติการ และนักกายภาพ บำบัด รวมกว่า 30 คน จะเดินทางไปช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส ที่โรงพยาบาลสิทธัตถะ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล

วงการแพทย์ไทยมีศักยภาพในการรักษาโรคข้อเข่าข้อสะโพก รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีประสิทธิภาพ แต่การไปเนปาลในครั้งนี้มีอุปสรรคและข้อจำกัดที่ต้องฟันฝ่ามากมาย ทั้งเรื่องภาษา เครื่องมือแพทย์ และการขนส่ง รวมถึงบุคลากรของเราที่ไม่สามารถไปครบทีมและยังต้องเตรียมการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการอีกต่อหนึ่งด้วย แต่หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือเมื่อผู้ป่วยเข้าโครงการแล้วต้องกลับมามีชีวิตได้ตามปกติ และปลอดภัยจากการผ่าตัดด้วย ทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างหนักก่อนเดินทาง”

โดยก่อนหน้านี้ ทางทีมแพทย์ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อไปทำการตรวจคัดกรองชาวเนปาลจำนวน 703 คน และได้จำนวนผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจำนวน 35 คน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นอกจากการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทัดเทียมกับประเทศไทย ตลอดจนดูแลรักษาจนกว่าคนไข้จะเดินได้ และกลับบ้านได้โดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะแล้ว อีกด้านหนึ่งยังจะเป็นการถ่ายทอดความรู้แก่แพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่โรงพยาบาลสิทธัตถะ และโรงพยาบาลใกล้เคียง ในเรื่องความก้าวหน้าด้านการดูแลบาดเจ็บทางกระดูกสันหลัง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งเนื้องอกกระดูก ผู้ป่วยบาดเจ็บเอ็นไขว้เข่าฉีกขาด ผู้ป่วยผิดรูปทางเด็ก ผู้ป่วยกระดูกหักรอบข้อสะโพก รวมถึงโรคที่พบบ่อยทางมือ ผ่านระบบ Online และ On-site เพื่อเตรียมพัฒนาต่อยอดการรักษาในอนาคตอีกด้วย แม้การเรียนรู้การถ่ายทอดอาจจะไม่ใช่วันเดียวที่เสร็จสิ้น แต่อย่างน้อยจะเป็นการจุดประกายในการพัฒนาด้านการรักษาพยาบาลทั้งโรคกระดูกและข้อและโรคอื่นๆ ในอนาคต 

สำหรับโครงการนี้อาจเกิดการตั้งคำถามจากสังคมไทยว่า “ทำไมไม่รักษาคนไทยก่อน” ศ.นพ.กีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในประเทศไทยเอง เราก็ทำมาแล้วประมาณ 10 ปี รวมแล้วกว่า 20 ครั้ง ซึ่งในวันที่ 8 - 10 กันยายนนี้ ก่อนไปเนปาลเราจะออกหน่วยที่หนองบัวลำภู โดยไปผ่าตัดรักษาคนไข้ 36 คน และเรายังทำสะพานบุญผ่าน “มูลนิธิศัลย์ฯ สร้างข้อต่อชีวิต” เพื่อช่วยเหลือสังคมอีกส่วนหนึ่ง โดยนำรายได้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดหรือเดินทางสู่โรงพยาบาลในพื้นที่ เพราะการผ่าตัดกระดูกและข้อในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก 

ส่วนที่เนปาล การเดินทางไปในครั้งนี้เราเห็นว่าจะได้ตอบแทนบุญคุณของพระพุทธองค์ เพราะที่นี่เป็นดินแดนประสูติของพระพุทธเจ้า พระบรมศาสดาของศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นผู้มอบคำสอนที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย พันธกิจในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิดของพระพุทธเจ้า โดยมีมีศิษย์เก่าที่เคยมาเรียนที่ศิริราช ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นความรักอันยิ่งใหญ่ที่ทางศิริราชได้สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ด้วยการส่งความรักไปยังมวลมนุษยชาติ” ประธานโครงการกล่าว

ในด้านการเตรียมความพร้อมทั้งบุลากรและเครื่องไม้เครื่องมือ ศ.นพ.กีรติ อธิบายเพิ่มเติมว่า “เราต้องเตรียมระบบให้พร้อมที่สุด ดีที่สุด ได้มาตรฐานไม่ต่างจากประเทศไทย วัสดุอุปกรณ์เราต้องเตรียมไปเอง แต่มีการปรับให้เหมาะสมกับการขนย้าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูง อีกทั้งยังต้้องเจอกับระเบียบต่างๆ ที่วุ่นวาย แต่เราก็ได้รับความช่วยเหลือจากส่วนโดยเฉพาะวัดไทยในลุมพินีที่ช่วยเหลือ และประสานงานได้เป็นอย่างดี แต่ในความไม่พร้อมหลายๆ ด้านเราก็ต้องไปเตรียมพร้อมทั้งหมด เพราะหากเทียบเปรียบกับประเทศไทย เทคโนโลยีทางการแพทย์ของเนปาลถือว่ายังตามหลังหลายสิบปี ในทุกขั้นตอนจึงต้องใช้ความละเอียด ทั้งในการคัดกรอง ดูแล ผ่าตัด หลังผ่าตัด รวมทั้งอุปสรรคในเรื่องของภาษาที่เราต้องใช้ผู้ช่วย อุปกรณ์ ไฟฟ้า การเตรียมแผนสำรอง ฯลฯ ซึ่งหลายๆ เรื่องที่ง่ายของเราจะเป็นเรื่องที่ยากของเขา เพราะระบบสาธารณสุขที่นั่นยังไม่สามารถรองรับการรักษาที่ทันสมัยได้  นอกจากนี้ การรักษายังมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก ต้องการเทคโนโลยีสูง และความเชี่ยวชาญสูง 3 สิ่งนี้เป็นอุปสรรคที่ประชาชนเข้าไม่ถึง เพราะไม่มีสิทธิการรักษาเหมือนบ้านเรา ประชาชนที่จะเข้าถึงได้ต้องมีกำลังพอและต้องเดินทางไปรักษาในต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย เป็นต้น”

ทั้งนี้ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ยังได้กล่าวถึงโรคกระดูกและข้อในสังคมไทยว่า เรื่องกระดูกและข้อจะยังคงเป็นปัญหาในระบบสาธารณสุขของไทย เพราะเราได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยในประชากร 5 คน จะมีผู้สูงอายุ 1 คน นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของคนรุ่นใหม่ก็ทำให้คนที่เป็นโรคนี้มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะวัยทำงานที่มักเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งสมัยก่อนแทบไม่มี 

“ในภาพรวมทั้งประเทศ เราผ่าตัดข้อเข่าได้ประมาณ 1 หมื่นกว่าข้อ และดีขึ้นเรื่อยๆ เราสร้างหมอได้ดีขึ้น เยอะขึ้น แต่ไม่ทันกับสังคมผู้สูงอายุ ภาวะเหล่านี้ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ในผู้ป่วยข้อเข่าข้อสะโพก มีประมาณ 30% ที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6 - 7 หมื่นบาท อีก 70% จะเป็นการตรวจรักษา โดยเฉลี่ยในการรอคิวเข้ารักษาด้วยการผ่าตัดข้อเข่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เราจึงมีการออกหน่วย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบของประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ อยากให้คนไทยหันมาป้องกันโรคกระดูกและข้อในเชิงรุกมากกว่าจะเน้นที่การเน้นการรักษา ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ทันท่วงที”

ประธานโครงการก้าวแรกของพระบรมศาสดา ยังได้กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นผู้มอบความรักให้กับเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งชนชาติและชนชั้น เพราะทุกคนเท่าเทียม สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชีวัดป่าบ้านตาดเพื่อผู้ยากไร้และกระดูก ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 510-458808-1 และที่ บัญชีศิริราชมูลนิธิ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-300049-4 หรือสามารถสแกน QR Code ได้ตามด้านล่าง

เปิดปฏิทินวันหยุดตุลาคม 2566 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ