ที่กล่าวว่า Technical SEO เป็นตัวช่วยในการวัดประสิทธิภาพการพัฒนาเว็บไซต์ นั่นคือ การทำ Technical SEO จะเป็นแก่นหลักที่ทำให้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ ซึ่งเป็นคำที่คุณใช้ทำการตลาดแบบ SEO marketing ให้ติดอันดับใน Google Search Engine นั่นเอง
เมื่อเว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกในหน้าค้นหาของ Google ลูกค้าจะคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์ เยี่ยมชมส่วนต่าง ๆ ดูหน้าสินค้าและบริการ รวมทั้งติดต่อไปขอรายละเอียดสินค้า บริการ และถ้าโชคดีก็คือการคลิกซื้อสินค้าทันทีที่ใช้เวลาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณจนเขาพอใจ
การมี Technical SEO รวมทั้งการที่ได้ติดหน้าแรกใน Google คือสิ่งที่เรียกว่า “Core Web Vitals” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับกลยุทธ์ของการทำ SEO ทั้งหมด เป็นส่วนสำคัญที่สุด และต้องโฟกัสเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเริ่มทำการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจที่ทำมาได้สักพักและคิดว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง เร่งยอดขายให้โต หรือเป็นจังหวะที่ต้องการก้าวไปสู่ความท้าทายใหม่ ๆ ทุกสิ่งที่เป็น “Core Web Vitals” จะเป็น Game Changer ให้แก่หลายๆ โปรเจคต์
หนึ่งในกระบวนทัศน์ของ SEO Marketing ของ Search Monopoly ในยุคการทำ SEO สมัยใหม่ (Modern Age) กระบวนการทำ Technical SEO ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่ การทำเว็บ โดยกระบวนการนี้ จะทำในช่วงที่เริ่มต้นทำเว็บ หรือทำเว็บเสร็จไปบางส่วนแล้ว (First Deploy) ซึ่งกระบวนการนี้ควรทำหลังจากที่เราได้ ออกแบบเนื้อหา และจัดทำ SEO Wireframe
สิ่งที่เราโฟกัส คือ ความสำคัญของเนื้องาน Technical SEO คือทำให้ web render ได้ดี Google bot ชอบ เราจะได้คะแนน พิเศษ หาก content เราเข้าข่ายเป็น useful content โดยเจ้าของเว็บส่วนใหญ่นั้น มักจะมองข้าม กระบวนการ Technical SEO ลงไป และเพิกเฉยต่อเนื้องานนี้ จึงทำให้ผลลัพธ์ในการจัดอันดับ ไม่ดีเท่าที่ควร
ดังนั้น เราจึงอยากให้คุณได้ทำความเข้าใจใน Technical SEO เสียก่อน เมื่อคุณตระหนักได้แล้วว่า กลยุทธ์นี้ควรอยู่ใน phase ไหนของธุรกิจ มันก็จะง่ายขึ้น!
"อยากรู้ว่า Technical SEO คืออะไร?
ง่ายๆ เลยคือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เข้าใจง่ายขึ้น สำหรับ Google จะชอบสิ่งนี้มาก โดยการทำเว็บไซต์ให้ดีก่อน ก็จะ User friendly ลูกค้าก็ชอบ คนที่ต้องการหาข้อมูลของธุรกิจคุณก็จะชอบและมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าของคุณต่อไป โดยการปรับแต่งเว็บไซต์นั้น เปรียบเสมือนการสร้างบ้านให้แข็งแรงก่อนตกแต่งภายในให้สวยงามเลยทีเดียว
Technical SEO แตกต่างจาก On-Page SEO ตรงที่เน้นการปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้ Google Bot เข้ามาค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับบนหน้าแรกของ Google ได้เร็วขึ้นนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว SEO Developer หรือ Front-End Developer จะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในงานด้านนี้ เพราะต้องเข้าใจภาษาคอมพิวเตอร์และโครงสร้างของเว็บไซต์เป็นอย่างดี
ตัวอย่างไอเดียของการทำ Technical SEO ให้ประสบความสำเร็จ
- บริษัท E-commerce ขายสินค้าแฟชั่น
บริษัทสินค้าแฟชั่น มักจะมีเว็บไซต์ที่มีภาพสินค้าจำนวนมากบรรจุอยู่ในนั้น ต้องการแสดงผลโดยรูปภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ก็มีแนวโน้มว่าจะมีวิดีโอที่มากตาม SKU (สินค้ารายชิ้นที่มีหลายไซส์หลายสี)
ปัญหา: เว็บไซต์โหลดช้ามาก ทำให้ผู้ใช้งานหนีไปเว็บไซต์อื่น และ Search Engine ก็ไม่ชอบเว็บไซต์ที่โหลดช้า
วิธีแก้:
- ทำให้ขนาดไฟล์ภาพให้เล็กลง เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น
- ลดจำนวน plugin ที่เป็นการลดภาระของ Server
- ปรับปรุงโครงสร้าง Code ทำให้ Code ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์: เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น อันดับค้นหาดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น
- บล็อกเกี่ยวกับสุขภาพ
บล็อกด้านสุขภาพมักจะมีเนื้อหาที่คล้ายกันกับคู่แข่ง เนื้อหาไม่ได้โดดเด่นจนทิ้งห่างกันมาก แต่ไม่มีภาระหนักอย่างภาพหรือวิดีโอจำนวนมาก มักจะมีสถานการณ์ที่เป็นปัญหาและแนวทางแก้ไขหลักที่มีเหมือนกันดังนี้
ปัญหา: เนื้อหาดีแต่คนเข้ามาอ่านน้อย เพราะ Search Engine ไม่ค่อยแสดงผล
วิธีแก้:
- สร้าง XML Sitemap เพื่อให้ Search Engine ทราบว่ามีหน้าอะไรบ้างในเว็บไซต์
- ปรับปรุงโครงสร้าง URL ให้ URL แต่ละหน้าสั้น กระชับ และบอกถึงเนื้อหา
- เพิ่ม Structured Data เพื่อให้ Search Engine เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น เช่น บทความนี้เกี่ยวกับอะไร ผู้เขียนคือใคร
ผลลัพธ์: อันดับค้นหาดีขึ้น ปริมาณการเข้าชมเพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น
- เว็บไซต์ข่าว:
ปัญหา: เนื้อหาข่าวเยอะมาก แต่ Search Engine ไม่สามารถค้นหาได้หมดทุกคำ ทำให้สำหรับผู้ใช้งานแล้ว เขาไม่สามารถหาข่าวที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว หรืออ่านย้อนหลังแล้วไม่เจอข้อมูล
วิธีแก้:
- ปรับปรุง Internal Link เชื่อมโยงบทความภายในเว็บไซต์ให้เป็นระบบ
- สร้าง Robots.txt กำหนดให้ Search Engine คRAW หน้าไหนบ้าง
- เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้า เพื่อให้ Search Engine สามารถค้นหาคำได้มากขึ้น
ผลลัพธ์: เนื้อหาข่าวครอบคลุมมากขึ้น อันดับค้นหาดีขึ้น ข่าวกระจายไปถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้น
ว่ากันว่า “Technical SEO คือการทำ SEO ระดับลึก” โดยเน้นการทำให้ Google Bot (หุ่นยนต์ค้นหาของ Google) คืบคลานไปทั่วเว็บไซต์ของเราได้อย่างสะดวก เพื่อนำข้อมูลไปจัดอันดับบนหน้าผลการค้นหา
ซึ่งเราคิดว่าประโยคนี้กล่าวได้ดี ไม่เกินจริงเลย
เมื่อธุรกิจดำเนินไปได้ดีในระยะหนึ่งหลังการสร้าง “Technical SEO” และ “Core Web Vitals” คุณก็ควรหานักกลยุทธ์ที่มาช่วยให้งานเหล่านี้ไม่ล้นมือจนเกินไป และไปต่อได้ในสเกลที่กว้างขึ้น เพื่อความท้าทายใหม่ ๆ ในโลกธุรกิจอย่าง ระบบการทำ SEO ของ Search Monopoly ที่จะช่วยให้คุณได้ทำการตลาด SEO ในแบบที่ไม่เหมือนใคร