วันนี้ (20 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ ตีความว่าการประมูลจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาการประมูล หรือ ทีโออาร์ ของโครงการนี้ ว่า ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2562 เพราะไม่เข้าข่ายกิจการท่าอากาศยาน แต่ทางสมาคมผู้ค้าปลีกไทย โต้แย้งว่า ร้านค้าดิวตี้ฟรี คือส่วนหนึ่งของกิจการท่าอากาศยาน โดยอ้างอิงจากคำตัดสินในอดีตจากศาลปกครอง ของข้อพิพาทที่ผ่านมา
โดยอีกประเด็น คือ การให้อายุสัมปทานถึง 10 ปี เป็นระยะเวลาที่นานเกินไป เอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่ เพราะ โดยเฉลี่ย สนามบิน ใช้เวลาบริหารประมาณ 3-4 ปี ก็ถึงจุดคุ้มทุนแล้ว และยิ่งขึ้นคืนทุนเร็วกว่าห้างสรรพสินค้า เพราะไม่ต้องก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเอง ส่วนในต่างประเทศ สนามบินนิยมให้อายุสัมปทาน ประมาณ 5-7 ปี จึงมองว่า ให้สัมปทาน 10 ปี นานเกินไป
ทั้งนี้ นายวรวุฒิ ยังระบุว่า หาก ทอท. ยังดึงดันที่วางกรอบทีโออาร์แบบเดิม โดยเฉพาะการไม่มีเปิดเผยข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความเสมอภาค และขยายเวลาทำแผนเข้าร่วมประมูลอย่างน้อยเป็น 60-90วัน จากเดิม 30 วัน รวมถึงควรใช้การประเมินเป็น 2 ขั้นตอน ทั้งด้านเทคนิคและการให้ผลตอบแทน ก็จะมีผู้ประกอบการดิวตี้ฟรี ทั้งในและต่างประเทศ เตรียมประท้วงต่อต้านการให้สัมปทานครั้งนี้ ซึ่งเกรงว่าจะเป็นภาพลักษณ์ไม่ต่อการทำธุรกิจในประเทศไทย
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ระบุว่า การประมูลดิวตี้ฟรีครั้งนี้ ต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และรายได้เข้าประเทศเป็นสำคัญ รับรองว่า จะไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย