“บัตรเลือกตั้ง” ในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ที่ผู้ไปลงคะแนนจะได้รับ จะมีเพียง 1 ใบ ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 และ 2557 ที่มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เมื่อกฎหมายระบุให้เขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ใช้หมายเลขผู้สมัครแตกต่างกัน ก็หมายความว่า ทั้ง 350 เขต ก็จะมีบัตรเลือกตั้งที่ไม่เหมือนกัน เพราะหมายเลขผู้สมัครของแต่ละพรรค ในแต่ละเขต ไม่เหมือนกัน
การเลือกตั้งระบบเดิม ที่มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ผู้ลงคะแนน สามารถเลือกลงคะแนนให้ ส.ส.เขต จากพรรค A ที่ชื่นชม และไปลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้พรรค B ที่ชื่นชอบได้
แต่ครั้งนี้ มีกลไกสำคัญที่เปลี่ยนไป คือ ผู้ใช้สิทธิ ที่กากบาทได้เพียงครั้งเดียว จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกลงคะแนนให้ ตัวบุคคลผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่ชื่นชม หรือจะเลือกลงคะแนนให้กับพรรคที่ชื่นชอบ ถ้าผู้สมัครคนนั้น ไม่ได้สังกัดพรรคที่เขาต้องการให้เป็นนายกรัฐมนตรี คะแนนที่ลงไป จะเป็นคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตก่อน โดยผู้จะได้เป็น ส.ส.เขต คือ คนที่ได้คะแนนมากที่สุด ในเขตเลือกตั้งนั้น
จากนั้น คะแนนจาก ส.ส.แบบแบ่งเขตทุกคะแนนของผู้สมัครทุกคน ไม่ว่าอยู่ในอันดับใด จะถูกนำไปรวมเป็นคะแนนของพรรคที่สังกัด เพื่อนำไปคิดเป็นจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ที่พรรคการเมืองจะได้รับ ที่เรียกว่า “ส.ส.พึงมี” ขั้นตอนนี้ ยังไม่ใช่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เช่น ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง กากบาทบัตรถูกต้อง เป็นบัตรดี 40 ล้านคน จำนวนบัตรดี จะถูกนำมาหารด้วยจำนวน ส.ส.500 คน เป็นคะแนนของ ส.ส.1 คน คือ 80000 คะแนน หากพรรค A ได้คะแนนรวมของทั้ง 350 เขตทั่วประเทศ 8 ล้านคะแนน พรรค A จะได้ ส.ส.ทั้งหมด 100 คน เป็น ส.ส.พึงมี ที่พรรคจะได้จากการเลือกตั้งครั้งนี้
ส่วนการคิดหา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ก็จะต่างไปจากเดิม เพราะจะแปรผกผันกับจำนวน ส.ส.เขต โดยจะนำนวน ส.ส.พึงมี มาลบกับจำนวน ส.ส.เขต ที่พรรค A ชนะการเลือกตั้งในระบบเขตไปแล้ว กลายเป็นจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เช่น พรรค A ได้ ส.ส.พึงมี 100 คน ชนะการเลือกตั้งในระบบเขตไปทั้งหมด 80 เขต พรรค A ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 20 คน เพื่อให้ครบ 100 ตามคะแนนรวม ถ้าพรรค A ชนะในระบบเขต 90 เขต ก็เหลือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 10 คน ตามจำนวนเต็ม 100
แต่อาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คือ ถ้าพรรค A ชนะการเลือกตั้ง ระบบเขต 100 เขต หรือมากว่านั้น พรรค A ก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชายชื่อเลย แม้แต่คนเดียว ด้วยระบบการคิดคะแนนเช่นนี้ ทำให้คาดการณ์กันว่า พรรคการเมืองใหญ่ ที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งในระบบเขตจำนวนมาก จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อย หรืออาจจะไม่ได้เลย เว้นแต่ว่า ผลการเลือกตั้งในแต่ละเขตที่ชนะ จะได้คะแนนดิบ สูงกว่าคู่แข่งมากไปด้วยในหลายๆเขต ก็จะทำให้มีคะแนนรวมของพรรคสูงตามไปด้วย