พร้อมกันนี้ ได้การยกตัวอย่างผลการเลือกตั้งในปี 2529 ว่า ขณะนั้นแม้พรรคประชาธิปัตย์ จะชนะการเลือกตั้ง แต่นายพิชัยก็ไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะพรรคร่วมไปเชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กลับมาเป็นนายกฯ ซึ่งสะท้อนว่าไม่มีกฎหมายระบุให้พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ต้องได้จัดตั้งรัฐบาล โดยในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หลายครั้ง แต่ยอมรับว่าเป็นมารยาทที่นักการเมืองปฎิบัติต่อกันมา
ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์ยังสงวนท่าทีว่าจะร่วมกับพรรคการเมืองใดจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิชัยปฎิเสธแสดงความเห็น เพราะไม่มีบทบาทใดๆ ในพรรคแล้ว แต่ส่วนตัวอยากให้พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ แต่ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคว่าจะมีทิศทางอย่างไร
ส่วนการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายพิชัย มองว่า เป็นการทำตามคำมั่นสัญญาที่น่าชื่นชม และอยากให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ และ คนในพรรคประชาธิปัตย์ให้สู้ต่อไป พร้อมทั้งแนะนำให้นายอภิสิทธิ์ทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป เชื่อว่าในอนาคตจะมีโอกาสที่ดีเข้ามาอีก
นอกจากนี้ยังมองว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็น กำลังสำคัญที่จะช่วยพาพรรคก้าวพ้นวิกฤตในตอนนี้ไปได้
“สุเทพ” ซัด “อภิสิทธิ์” เจตนาพูดไม่หมด