“ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน” ปลุกระดม ปชป. อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่หนุนสืบทอดอำนาจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์โซเชียลปลุกระดมสมาชิกพรรค ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ทำหน้าที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวานนี้ (27 มี.ค.62) นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. บุตรชายของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคปชป. โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กชื่อ “ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน” ระบุถึงกรณีพรรค ปชป. แพ้การเลือกตั้ง 2562 และ การสืบทอดอำนาจ ของ พล.อ.ประยทธ์ จันทร์โอชา 

“ประกาศไปเลยว่าจะอยู่ไปอีก 5 ปี 10 ปี ดีกว่าเอาความต้องการนั้นมาสอดไส้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีกติกาหรือรัฐธรรมนูญใดในโลกที่ปราบโกงได้เบ็ดเสร็จหรอก คนอื่นในพรรคประชาธิปัตย์จะคิดอย่างไร อยากเป็นรัฐบาล อยากร่วมรัฐบาลหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ หน้าตารัฐธรรมนูญแบบนี้ ผมว่าเราควรเป็นฝ่ายค้านเพื่อให้แน่ใจว่านายกฯ และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบครึ่ง ๆ นี้จะทำงานได้ดีและปลอดโกงจริง

ผมเคยแสดงความเห็นไว้แบบนี้เมื่อปี’59 มาถึงวันนี้ วันที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งแบบราบคาบ มันสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอในการเลือกตั้ง เสียงส่วนใหญ่เขาเอาแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ เขาเอาแนวทางของพรรคเพื่อไทย ในขณะที่อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์คือไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ไม่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยที่ไม่ฟังเสียงข้างน้อย รวมถึงไม่สนับสนุนแนวทางการบริหารประเทศที่ไม่สุจริต

ครั้งหนึ่งเราเคยสนับสนุนพล.อ.เปรม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง แต่นั่นเกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงโดยชื่อของพล.อ.เปรมถูกหยิบยกขึ้นมาภายหลัง นั่นไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ พล.อ.เปรม ไม่ได้เป็นนายกฯ ก่อนหน้านั้น ไม่ได้ถ่ายรูปติดป้ายหาเสียงกับผู้สมัคร ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับพรรคการเมืองใด ที่สำคัญท่านไม่เคยแสดงพฤติกรรมแบบคุณประยุทธ์ว่า ไม่อยากเข้ามา แต่อยากอยู่ต่อ มีรัฐมนตรีรับเชิญในรัฐบาลของท่านออกไปตั้งพรรคการเมืองไว้รองรับ

ดังนั้นพฤติกรรมของคุณประยุทธ์และคณะคือการสืบทอดอำนาจ ซึ่งวันนี้จากผลการเลือกตั้งก็ได้ข้อสรุปว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และเช่นเดียวกันกับคะแนนเสียงส่วนใหญ่อีกฟากหนึ่งที่ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ทั้ง ๆ ที่เคยเกิดการเดินขบวนไล่กันมายกใหญ่ในปี’57 แล้วด้วยเรื่องทุจริตต่าง ๆ และการออกกฎหมายนิรโทษกรรม

มากไปกว่านั้น เราไม่คิดที่จะย่ำอยู่กับอดีตหรือจมปลักอยู่กับประเด็นการเมือง พรรคประชาธิปัตย์มองไปยังอนาคต เราใช้เวลาในช่วง5ปีของรัฐบาลรัฐประหาร เดินหน้าทำงานหนัก เก็บข้อมูล ศึกษาปัญหาและแนวทางพัฒนาต่าง ๆ เพื่อให้ได้นโยบายที่ดี เป็นประโยชน์กับคนทุกกลุ่ม เป็นรูปธรรม ตามที่เราได้ร่างและนำเสนอมันออกไปผ่านกระบวนการหาเสียงเลือกตั้ง เรานำเสนออย่างเป็นขั้นตอน เป็นเหตุเป็นผล พร้อมอ้างอิงถึงความสำเร็จที่เราเคยทำมาในอดีต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อสรุปที่ทำให้ผมคิดว่า ระหว่างที่ใครต่อใครต่างช่วงชิงการจับขั้วตั้งรัฐบาลตามความต้องการของพวกเขา

หากเรากลับมาทบทวนทั้งอุดมการณ์พรรคฯ หลักการ ทั้งความไว้วางใจต่อเราให้เข้าไปบริหารประเทศของประชาชน รวมไปถึงเหตุผลที่ผมเคยพูดไปก่อนหน้านี้ในปี’59 ซึ่งนั่นก็มีเหตุการณ์ที่พิสูจน์แล้วว่าในช่วงท้ายของรัฐบาลรัฐประหารเอง ที่ก็ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี่ล่ะครับ ก็ยังมีข้อกังขาเรื่องการปราบโกง องค์กรอิสระที่มีหน้าที่เฉพาะเรื่องปราบทุจริตก็ยังมีมติที่กังขาคนทั้งประเทศในบางเรื่อง นี่ยังไม่นับผลเลือกตั้งที่เริ่มจะมีข้อสงสัยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยังประกาศผลไม่ได้

ผมมองไม่เห็นว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงควรจะไปอยู่ในวงจรของการตั้งรัฐบาลที่มีที่มาและที่ ๆ จะไปขัดกับอุดมการณ์พรรคฯขนาดนั้น ผมคงต้องยืนยันเหมือนเดิมว่า คนอื่นในพรรคประชาธิปัตย์จะคิดอย่างไร อยากเป็นรัฐบาล อยากร่วมรัฐบาลหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ผมว่าเราควรทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล อย่างเข้มแข็งบนหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง ของระบอบประชาธิปไตย”

 

ขอบคุณรูปภาพ : FB  ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ