วันนี้ (30 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมกว่า 5 ชั่วโมง ของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.62) ยังคลุมเครือว่า พรรคปะชาธิปัตย์จะตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ โดยยังคงมีฝ่ายของนายอภิสิทธิ์ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ยืนยันไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน ส่วนสมาชิกที่เคยเคลื่อนไหวกับ กปปส.แสดงเจตนา ต้องการร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ โดยทั้ง 2 ฝ่าย มี ส.ส.อยู่พอ ๆ กัน
ทั้งนี้คำว่า “ฝ่ายค้านอิสระ” คือ จุดยืนที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์เสนอต่อที่ประชุมพรรคเมื่อวานนี้ ให้ประกาศทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล หลังได้จำนวน ส.ส.จากการเลือกตั้ง ต่ำกว่าเป้าหมายมาก ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ต่างมีจุดยืนต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเหตุผลที่นายพริษฐ์ ยื่นข้อเสนอนี้ และยืนยันว่า “ฝ่ายค้านอิสระ” ไม่ใช่เป็นเพียงวาทกรรม แต่มีความหมายว่า ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงวิปฝ่ายค้าน แต่สามารถพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ในสภาได้โดยอิสระ แต่นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มองว่า ไม่ต่างจากคำว่า “ฝ่ายค้าน” ในความหมายเดิม
ขณที่การตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐจัดตั้ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เชื่อว่า เป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่ออนาคตของพรรคประชาธิปัตย์มาก ส่วนนายพริษฐ์ มองว่า ผลที่ออกมา จะมีทั้งได้และเสีย จึงต้องการให้พรรคยึดมั่นอุดมการณ์ก่อน
สำหรับตามกระบวนการ ผู้มีสิทธิ์กำหนดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ คือ กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และว่าที่ ส.ส.กว่า 50 คน แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า ส.ส.สอบตก จะมีสิทธิ์ร่วมตัดสินใจด้วยหรือไม่ เพราะกติกาการเลือกตั้งครั้งนี้ คะแนนของส.ส.ที่สอบตก ถูกนำไปคำนวณเป็นเก้าอี้ให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงถือว่าการเข้าสู่สภาของส.ส.บัญชีรายชื่อ มีคะแนนมาจากกลุ่ม ส.ส.ที่พ่ายแพ้รวมอยู่ด้วย