ย้อนกลับไป 114 ปี ที่แล้ว 1 เมษายน พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงออกพระราชบัญญัติทาส ร.ศ. 124 หรือที่เรียกกันว่า “พระราชบัญญัติเลิกทาส”
สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญ คือการให้บุคคลผู้เป็นลูกทาสในเรือนเบี้ยทุกคนเป็นไท ส่วนทาสประเภทอื่นทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท จนหมดในที่สุด
อย่างไรก็ตามการเลิกทาสนั้นมิได้ทำโดยง่ายและทำโดยทันทีได้ เพราะในสมัยนั้นทาสถือเป็นสมบัติของมูลนาย และมีความสำคัญในแง่กำลังการผลิต อีกทั้งทาสหลายคนก็สมัครใจที่จะเข้าไปอยู่กับมูลนายเพราะหลายที่สบายกว่าอยู่อย่างเป็นอิสระ ว่ากันว่าประชากรสยาม ณ ขณะนั้นมีผู้ที่เป็นทาสถึง 1 ใน 3
จุดเริ่มต้นของการเลิกทางเริ่มตั้งแต่การทำสนธิสัญญาเบาริง ในยุครัชกาลที่ 3 ที่มีสภาพบังคับให้ สยามเปิดการค้าเสรีกับประเทศตะวันตก และทำให้ต้องเปลี่ยนจากการเกษตรยังชีพไปสู่การผลิตเพื่อค้าขาย ซึ่งต้องมีการปฏิรูปจำนวนมากตามมา ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูประบบราชการ และปฏิรูปแรงงาน
ในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 ในหลางรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ออกพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย มีเนื้อหาใจความว่าด้วยการแก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยสั่งให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่อทาสผู้ใดก็ตามมีอายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ โดยมีผลบังคับใช้กับทาสทุกคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา (ซึ่งเป็นปีที่เสด็จขึ้นครองราชย์) และยังห้ามมิให้ซื้อ-ขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีกลับมาเป็นทาสอีกต่อไป
แน่นอนว่าการเลิกทาสย่อมมีเสียงไม่เห็นด้วย แต่การเลิกทาสทำไปโดยละมุนละม่อม ค่อยๆเป็นค่อยไป และหลังจากที่มี พ.ร.บ.ทาส รศ.124 ก็มีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก และเมื่อทาสจะเปลี่ยนเจ้าเงินใหม่ ก็ห้ามมิให้ขึ้นค่าตัว
ซึ่งเมื่อการเลิกทาสประสบความสำเร็จ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทำให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมสมัยใหม่ มีแรงงานที่ป้อนเข้าสู่สายพานการผลิต และสามารถส่งออก เกิดการปรับปรุงภาษี และนำมาซึ่งการเกิดธนาคารในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ในอดีต ทาสจะแบ่งเป็น 7 ประเภท
1. ทาสในเรือนเบี้ย คือ ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสอยู่ภายในบ้านของนายทาส เป็นทาสตั้งแต่กำเนิด และทาสชนิดนี้จะไม่สามารถไถ่ถอนตัวเองได้
2. ทาสสินไถ่ คือ ทาสชนิดนี้มักจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ จึงได้ขายตัวหรือคนในครอบครัวไปเป็นทาส ถ้ามีผู้นำเงินมาไถ่ถอน ทาสประเภทนี้ก็จะสามารถเป็นไท พ้นจากความเป็นทาสได้ ทาสประเภทนี้มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด
3. ทาสที่ได้รับมาด้วยมรดก คือ ทาสที่ตกเป็นมรดกต่อเนื่องมา ทาสประเภทนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนายทาสคนเดิมเสียชีวิตลง และได้มอบทาสมรดกให้แก่นายทาสคนต่อไป
4. ทาสท่านให้ คือ ทาสที่ได้รับมาจากผู้อื่น
5. ทาสที่ช่วยไว้จากทัณฑ์โทษ ทาสประเภทนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ บุคคลใดก็ตามเกิดกระทำความผิดแล้วถูกลงโทษเป็นเงินค่าปรับ แล้วบุคคลผู้นั้นไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าปรับได้ แต่มีผู้อื่นเข้ามาช่วยเหลือชำระจัดการให้ บุคคลผู้นั้นจะเป็นทาสของผู้ให้ความช่วยเหลือในการชำระค่าปรับ
6. ทาสเชลย คือ ทาสที่ได้หลังจากชนะศึกสงคราม ผู้ชนะจะกวาดต้อนประชากรของจากเมืองหรือดินแดนของผู้แพ้สงครามไปยังบ้านเมืองของตน แล้วนำไปเป็นทาสรับใช้
7. ทาสที่ช่วยไว้ให้พ้นจากความอดอยาก ทาสประเภทนี้แต่เดิมคือไพร่ ไพร่ผู้ซึ่งไม่สามารถทำงานให้หลวงได้ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้ ไพร่อาจขายตนเองไปเป็นทาส เพื่อให้นายทาสช่วยเหลือ
///