วันนี้ (17 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ขยายความช่องทางตามเนื้อหาของบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ระบุว่า สาระสำคัญของมาตรานี้ คือ การเปิดช่องให้คณะรัฐมนตรีใช้กลไกของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน เข้ามาพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปได้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าการพิจารณากฎหมายฉบับใดก็ตาม ที่เข้าข่ายการทำเพื่อการปฏิรูปประเทศ ก็สามารถใช้กลไกของ ส.ว. ร่วมกับ ส.ส. ได้ อย่างเช่น พระราชบัญญัติงบประมาณที่กังวลกันว่า รัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ ที่จะมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จะสะดุดในการทำงานตั้งแต่แรก หากได้เสียงสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนในระดับปริ่มน้ำ ใกล้เคียงกับฝ่ายค้าน ก็สามารถใช้มาตรา 270 ให้ ส.ว.เข้ามาร่วมพิจารณาได้ เพราะกฎหมายทุกฉบับที่เกิดขึ้นในระยะ 5 ปี หลังจากนี้ ไม่มีกฎหมายฉบับไหนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ
ทั้งนี้ส่วนประเด็นทางการเมืองที่ว่า หากทำเช่นนี้ จะถูกหยิบยกไปเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง เช่นการใช้วาทกรรมที่ว่า ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อภินิหารทางกฎหมาย เพื่อสร้างกติกาเอื้อประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ และขยายผลเป็นความไม่พอใจของฝ่ายที่ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ อีกหรือไม่ นายไพบูลย์ เชื่อว่า การบังคับใช้กฎหมายและกลไกลของรัฐที่เกี่ยวข้องกับความสงบของบ้านเมืองอย่างเข้มข้น จะไม่เกิดสถานการณ์บานปลาย ส่วนการแสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วย ก็สามารถทำได้ตามปกติ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า เป็นเพียงความเห็น ส่วนช่องทางตามมาตรา270 เป็นข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม
นายไพบูลย์ ยังอธิบายภาพของการทำงานระหว่าง ส.ส.กับ ส.ว. ในช่วง 5 ปี หลังจากนี้ว่า จะเป็นการทำงานกันอย่างใกล้ชิดมาก ไม่เพียงแค่การมาร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี และแยกย้ายกันทำงานเหมือนอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ