พันตำรวจเอกบุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้นำสลากปลอมที่มีการแก้ไขตัวเลขและคิวอาร์โค้ดไปขึ้นเงินรางวัลรวมทั้งแก้ไขแถบพิมพ์ตัวอักษรด้านข้าง ว่า “การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000บาท จึงขอให้ผู้ประกอบอาชีพรับซื้อรางวัล ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบสลากอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น โดยในเบื้องต้นให้
"เปรียบเทียบกับสลากของจริงของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนั้น ๆ เพื่อหาความแตกต่างกับสลากที่ต้องการตรวจพิสูจน์" เช่น ตรวจดูคุณลักษณะทั่วไปของสลาก คือความหนาบางของกระดาษ รูปภาพสลาก ขนาดของตัวเลข และขนาดของตัวอักษร และตรวจสอบคุณลักษณะพิเศษของสลาก
โดยให้สังเกตว่า "กระดาษที่ใช้พิมพ์สลากจะมีลายน้ำในเนื้อกระดาษเมื่อส่องกับแสงไฟสีขาว หรือแสงสว่างจะมองเห็นลายน้ำรูปนกวายุภักษ์ในเนื้อกระดาษ และเมื่อส่องกับแสงไฟสีม่วง(แสงยูวี) จะมองเห็นเส้นไหม และเส้นที่พาดผ่านตัวเลขมีลักษณะเรืองแสง หรืออาจใช้น้ำสะอาดมาถูบนสลาก ซึ่งหมึกที่ใช้พิมพ์ตัวเลขสลากของจริงเมื่อถูกน้ำจะไม่ละลาย"
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้วิธีตรวจหาร่องรอยการแก้ไข หรือการตัดแปะตัวเลขบนสลากได้โดย “ใช้กล้องหรือแว่นขยายส่องบริเวณจุดที่สงสัยว่าจะมีการแก้ไข” เช่น บริเวณหมายเลขสลาก หรืองวดวันที่ โดยนำตัวเลขจากฉบับอื่นมาปะทับบนตัวเลขที่ไม่ต้องการ หรือตัวเลขที่ไม่ถูกรางวัลเพื่อให้ได้หมายเลขตรงกับสลากที่ถูกรางวัล รวมทั้งการแก้ไขด้วยวิธีขูด ลบ ลอก ตัวเลขเดิมที่ไม่ต้องการออก แล้วนำตัวเลขจากสลากฉบับอื่นมาปะแทนเพื่อให้ได้หมายเลขตรงกับสลากที่ถูกรางวัล เป็นต้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบอาชีพรับซื้อรางวัลควรขอให้ผู้มาขึ้นเงินรางวัลแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อตรวจดูว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อได้ไว้หลังสลาก โดยให้ผู้รับรางวัลลงลายมือชื่อไว้ หรือหากไม่สามารถเขียนหนังสือได้ให้พิมพ์ลายนิ้วมือ หรือถ่ายภาพผู้นำสลากมาขึ้นเงินรางวัลคู่กับตัวสลาก ตลอดจนถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน
รวมทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณที่รับซื้อรางวัล การดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยคัดกรอง และป้องกันผู้ที่คิดจะนำสลากปลอมหรือสลากแก้ไขตัวเลข ไม่ให้มาหลอกขึ้นเงินรางวัลได้