นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยก่อนเข้ารายงานตัวตามกระบวนการ คณะผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อาทิ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ได้พานายสุชาติ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 และ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา
โดยนายสุชาติ กล่าวถึงกรณีการเสนอผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ภายใต้การเสนอชื่อของพปชร. ว่า ตนพร้อมอาสาเข้าปฏิบัติหน้าที่ หากพรรคพปชร.เสนอชื่อตนให้เข้าสู่การลงมติจริง ขณะที่การเตรียมตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่นั้น เชื่อว่าประสบการณ์ทำงานในสภาผู้แทนราษฎร กว่า 9 ปี จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตนได้ศึกษารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีประเด็นที่หนักใจ คือ การแสดงความคิดเห็นและการอภิปรายของสมาชิก ที่มีความเป็นอิสระ และปราศจากการครอบงำของบุคคลหรือพรรคการเมือง ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติไว้ ดังนั้นการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมอาจยุ่งเล็กน้อย การปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องยึดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมเป็นหลัก
"ผมไม่อยากให้ใครเรียก ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคว่างูเห่า เพราะเขาปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ใช้มีสิทธิแสดงความเห็นและออกเสียงได้โดยอิสระ ดังนั้นหากสื่อมวลชนเรียกส.ส.ว่างูเห่าอาจถูกฟ้องได้ ผมเชื่อว่าหากทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ประชาชนและประเทศเชื่อว่าการทำงานร่วมกันในรัฐสภาจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย" นายสุชาติ กล่าว
ส่วนการฟอร์มเสียงเพื่อตั้งรัฐบาลที่ล่าสุดมีคู่ชิงระหว่างพรรคพปชร.และพรรคเพื่อไทย ว่า ตนเชื่อว่าเสียงจัดตั้งรัฐบาลจะไม่ทิ้งห่างกันเกิน 10 เสียง เช่น พรรคหนึ่งได้ 255 เสียง อีกพรรคจะได้ 245 เสียงเป็นต้น เสียงที่ก้ำกึ่งดังกล่าวจะไม่เป็นปัญหาต่อการควบคุมการประชุมในสภาฯ ที่หลายฝ่ายกังวลว่าสมาชิกฯ จะไม่สามารถลุกไปเข้าห้องน้ำระหว่างการประชุมหรือลงมติในวาระสำคัญได้
อย่างไรก็ตามการจัดตั้งรัฐบาล ตนเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาหรือจะเกิดกรณีที่นำไปสู่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หากทุกฝ่ายตกลงกันได้โดยยึดประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง ส่วนความชัดเจนต่อการจัดตั้งรัฐบาลนั้นตนขอให้ทุกฝ่ายอดใจรอ ซึ่งตนไม่มีส่วนยุ่งเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อรวมเสียงตั้งรัฐบาลเนื่องจากไม่ได้เป็นแกนนำพรรค