นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงด่วนหลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของตนเอง จากกรณีถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดอันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกคตั้งส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)
โดยนายธนาธร มั่นใจในเอกสารหลักฐาน ข้อเท็จจริง ว่าไม่มีผลอะไร และไม่สามารถเอาผิดได้ ต่อคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. รวมถึงเชื่อมั่นในศาลดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วย แต่มองว่า “เป็นความพยายามเฮือกสุดท้ายของ คสช.ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่”
ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงขออาสาประกาศตัวเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อหยุดสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยมีการพูดคุยเรื่องนี้กับพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งสัญญาณให้พรรคบางพรรคแล้ว ถึงการตัดสินใจครั้งนี้ รวมถึงทั้ง 7 พรรค ที่เคยลงนามสัตยาบรรณ จากนั้นจะเริ่มเดินทางไปพบ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำชาติไทยพัฒนา ก่อนจะถึงวันที่มีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
“ดึงความสามัคคีของพรรคการเมือง ให้กลับมาทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายอุดมการณ์เดียวกัน คือส่งทหารกลับกรมกอง แก้รัฐธรรมนูญ จัดการเลือกตั้งใหม่”