วันนี้ (20 พ.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายนิวัฒน์ อัสโย อายุ 36 ปี และนายวัคคี อัสโย อายุ 24 ปี สองพี่น้องชาวบ้านท่าตูม ถูกทิ้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำชี ติดกับทุ่งนา เขตรอยต่อบ้านโนนแดง ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ กับบ้านท่าตูม ตำบลท่าตูม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยสภาพศพมีรอยไฟไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้าช็อต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าทั้งสองออกไปจับปูนา และเดินไปสัมผัสเส้นลวดที่มีกระแสไฟฟ้าของชาวบ้านที่ขึงไว้ป้องกันหนูเข้าไปกัดกินต้นข้าวจนเสียชีวิต ก่อนที่จะมีผู้นำศพมาทิ้งไว้เนื่องจากกลัวความผิด
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดกาฬสินธุ์ แถลงผลการติดตามตัวนายสำรวม เมฆวรรณ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 9 บ้านท่าตูม ตำบลท่าตูม ซึ่งเป็นเจ้าของทุ่งนาที่พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดอยู่ และเป็นผู้ต้องหาที่ขึงลวดและปล่อยกระแสไฟฟ้า พร้อมทั้งเป็นผู้ที่นำศพทั้งสองไปทิ้งไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำชี
โดยนายสำรวม รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นำลวดไปขึงไว้ที่นาข้าวแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้า เพื่อดักและป้องกันหนูนาเข้าไปกัดกินต้นข้าวนาปรังที่ปลูกไว้เหมือนกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ทำกัน จนกระทั่งคืนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ได้ตื่นขึ้นมาเดินสำรวจทุ่งนา เพื่อหาดูว่ามีหนูหรือไม่ แต่กลับไปพบชายสองคน ซึ่งถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตนอนกองรวมกันอยู่ จึงตกใจอย่างมาก และทำอะไรไม่ถูก คิดเพียงว่าต้องนำศพออกไปจากที่นาตนเองเสียก่อน จากนั้นจึงนำศพทั้งสองคนใส่รถเข็น 2 ล้อ แล้วลากไปทิ้งไว้ริมฝั่งแม่น้ำชี เนื่องจากกลัวความผิด โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฆ้องชัย พร้อมกับแจ้งข้อหากระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ
ด้าน พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้ลงพื้นที่แกะรอยกระทั่งไปพบตัวผู้ต้องสงสัยแล้วนำมาสอบสวน โดยผู้ต้องหาก็ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนนำศพไปทิ้ง เนื่องจากกลัวความผิด อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า การที่นำลวดไปขึงเพื่อดักสัตว์หรือป้องกันสัตว์ที่จะเข้าไปกัดกินพืชผลตามทุ่งนาหรือในสวนแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้านั้นควรที่จะมีป้ายเตือน เพื่อให้มองเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งหากเป็นไปได้ควรที่จะเลือกใช้วิธีอื่นที่ไม่เป็นอันตรายจนถึงขั้นการเสียชีวิต และที่สำคัญหากพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการศพเห็นคนเสียชีวิตจะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที อย่าเคลื่อนย้ายหรือนำศพไปทิ้งเอง เพราะเป็นความผิดทางกฎหมาย