ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้กล่าวคำขอบคุณจากใจถึงเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกระดับทุกสถานะรวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไป ที่เป็นกำลังใจและแสดงออกถึงการสนับสนุนผมให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา
ช่วงเวลาหกวันนับแต่วันที่ผมประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ว่าผมจะลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมได้รับกำลังใจและการสนับสนุนอย่างท่วมท้นอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ทั้งจากสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป ทั้งจากการติดต่อพูดคุยกันโดยตรงและจากข้อความทางโทรศัพท์และทางโซเชียลมีเดีย
มีผู้ใหญ่หลายท่านกรุณาโพสต์ข้อความสนับสนุนผม เช่น ท่านชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกาที่รู้จักผมมากว่า 30 ปี คุณชัย ราชวัตร ที่ผมไม่เคยรู้จักพูดคุยเป็นการส่วนตัวมาก่อน เพียงแค่ชื่นชมในผลงานและจุดยืนของท่านผ่านสื่อเท่านั้น หลังสุดคือ “ท่านใหม่” ม.จ.จุลเจิม ยุคล ที่ผมไม่เคยรู้จักกับท่านมาก่อน แต่คงเป็นเพราะท่านเห็นด้วยกับแนวทางที่ผมเสนอว่าประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน และต้องธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ท่านคงเชื่อมั่นว่าผมจะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปในทิศทางที่ตอบสนองความมุ่งหวังของประชาชนได้จริง ไม่ใช่เพราะท่านสนับสนุนผมเป็นการส่วนตัว ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านและท่านอื่นๆจากใจจริงๆครับ
หกวันของการหาคะแนนเสียงนั้น ผมได้เห็นได้เรียนรู้อะไรต่ออะไรเพิ่มขึ้นมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมได้เรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของคนหลายๆคน
“ถาวร” เผย วงหารือ หนุน ปชป.ร่วมรัฐบาล"พลังประชารัฐ"
ผมเพิ่งจะประจักษ์ ด้วยตัวผมเองว่าผู้ใหญ่บางคนที่ผมเคยเคารพนับถือมาเกือบ 30 ปี ที่ผมเคยเชื่อว่าดี แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงภาพลวงตา ใครไม่ยอมอยู่ในอาณัติหรืออยู่ฝ่ายตรงข้ามกันเมื่อใดก็กลายเป็นคนที่ต้องถูกพิฆาต แผ่บารมีต่อต้านวาดภาพให้เป็นคนไม่ดี เป็นคนของคนนั้นคนนี้ เพื่อให้ดูไม่ดีในสายตาเพื่อน
บารมีมากล้นที่ควรจะวางตัวเป็นกลางเพื่อสร้างเอกภาพกลายเป็นตัวตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น
แต่ก็น่าชื่นใจที่ยังมีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ผมไม่เคยสนิทสนมด้วยกลับกลายเป็นนักสู้ใจเด็ดที่ไม่ยอมสยบให้กับอำนาจบารมีที่มากล้นอย่างที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมและทีมงานซึ่งเป็นเพียงสมาชิกพรรคตัวเล็กๆฮึดสู้ สู้ทั้งที่รู้ว่ากำลังเผชิญกับอะไรและจะเผฃิญกับอะไรต่อไปในอนาคต
เมื่อผลการเลือกหัวหน้าพรรคออกมา ผมได้รับกำลังใจอย่างมากมาย บ่นเสียดายบ้าง ขออย่าท้อถอยบ้าง และพยายามปลอบผมว่า “ไม่ต้องเสียใจ”
ผมขอกราบเรียนตรงๆ ณ ที่นี้ว่าผมไม่มีความรู้สึกเสียใจใดๆ เลย ตรงกันข้ามผมติดต่อให้กำลังใจเพื่อนๆทุกวัน ว่าอย่าหมดกำลังใจ อย่าท้อถอย และอย่าเสียใจ เพราะเราทำได้ดีที่สุดแล้วในระยะเวลาเพียงแค่หกวัน พลังเล็กๆที่มาจากหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราและเพื่อนๆในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในวันข้างหน้า