ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมตรี ได้แถลงแสดงจุดยืนทางการเมือง หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติเข้าร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ โดยเขาระบุว่า ตนเคยแสดงจุดยืนว่า ไม่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยและไม่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้ง ตนมั่นใจว่าจุดยืนที่แถลงสอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ตนได้แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่มีประชาชนกว่า 4,000,000 คน ที่ลงคะแนนให้โดยทราบว่าจุดยืนที่แสดงไว้เป็นอย่างไร ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณที่สนับสนุนในจุดยืนและตระหนักว่า เป็นหน้าที่ของตนว่าจะทำให้สิ่งที่เขาสนับสนุนเป็นจริงให้ได้ ซึ่งนับแต่การเลือกตั้งผ่านพ้นมาตนก็ยังยึดมั่นในจุดยืน
เราได้ห็นพฤติกรรมการใช้เงิน การแทรกแซงสื่อ การจัดตั้งวุฒิสภา ใช้กระบวนการทำให้องค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบทัดทานได้ตามกติกา การสืบทอดไม่ใช่เรื่องวาทกรรม แต่เป็นจริงไม่ต่างจากตอนที่ตนต่อสู้กับระบอบทักษิณ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากนึกไม่ออกให้ไปอ่านหนังสือเรื่อง แอนิมอลฟาร์ม ตนหวังว่าคงไม่ต้องไปแนะนำให้ไปอ่านหนังสือเรื่อง 1984 วานนี้ตนได้พยายามอย่างมากในการประชุมว่า พรรคควรเลือกเส้นทางใด ทุกท่านทราบดีว่าประชาธิปัตย์สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และร่วมรัฐบาล ด้วยความเคารพในเสียงข้างมาก ตนไม่เห็นด้วย แต่เมื่อพรรคมีมติเช่นใด สมาชิกพรรคควรปฏิบัติเช่นนั้น
ผมแอบหวังว่าพรรคพยายามจะประสบความสำเร็จคือ การแก้รัฐธรรมนูญ แอบหวังลึกๆว่า คนที่ประชาธิปัตย์ไปพายเรือให้ จะกลับใจและสร้างธรรมาภิบาล ตนเสียดายในการที่จะสร้างโอกาสในการเป็นฝ่ายที่สามในการตรวจสอบ
“ผมต้องเรียนว่าความพยายามของผมเมื่อไม่ประสบความสำเร็จ ผมก็ต้องตัดสินใจ ประการแรกผมต้องกล่าวขอโทษ ที่ตัดสินใจเลือกประชาธิปัตย์ว่าพรรคจะรักษาคำพูด ประการที่สองที่ผมจะต้องทำหน้าที่ในการประชุมรัฐสภา ผมคงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและฝ่าฝืนการลงมติของพรคได้ จะให้ผมเดินเข้าไปและออกเสียงว่า ผมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ผมก็ทำไม่ได้ เพราะที่ใหญ่กว่ามติพรรคคือสัญญาประชาคมที่ทำไว้กับคนทั้งประเทศ ผมขอบคุณสมาชิกที่เสนอทางออกให้กับผม โดยให้ผมงดออกเสียง ผมตอบว่าพรรคไม่มีหน้าที่รักษาเกียรติภูมิคนหนึ่งคนใด ผมจึงปฏิเสธ ผมทราบดีว่าปัญหามันไม่จบ ผมต้องเผชิญกับปัญหานี้ทุกสัปดาห์ ใน 27 ปีของการเป็น ส.ส. ไม่เคยอึดอัดเท่ากับที่การลุกขึ้นลงมติขอเลื่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อมาถึงวันนี้ผมก็เหลือทางเดียวที่จะรักษาเกียรติภูมิของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า สัจจังเว อมตะวาจา ว่าจะรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน ผมยึดอุดมการณ์เป็นที่ตั้ง ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจลาออกจาก ส.ส. นับตั้งแต่บัดนี้”