การเคลื่อนมวลชนมหาศาลของฮ่องกงเป็นที่ประจักษ์ให้โลกเห็น คงตอบยากว่าสิ่งไหนเหลือเชื่อกว่ากัน ระหว่างจำนวนผู้คนที่ออกมาสนับสนุนนับล้าน และกลุ่มเยาวชนที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว
สิ่งที่มาพร้อมกับคลื่นการเมืองลูกใหม่ คือ การสื่อสารที่ทันสมัยเพื่อปิดบังตัวตนของพวกเขา และเพื่อที่จะสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
การสื่อสารที่เริ่มมาจากการปฏิวัติร่มเหลือง ได้ถูกเหลาให้แหลมคมยิ่งขึ้นในการประท้วง 3 รอบที่ผ่านมา ผู้ประท้วงเดินทางและส่งข้อความกันโดยไม่ทิ้งร่องรอยแม้แต่ในโลกดิจิทัล
วิธีการที่ผู้ประท้วงใช้มีตั้งแต่ การปิดการแสดงพิกัดของโทรศัพท์ การไม่ใช้สัญญาณ wifi สาธารณะ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเหล่าผู้ประท้วงก็หันไปใช้บัตรเที่ยวเดียว แทนบัตรเติมเงินที่สามารถตรวจสอบเจ้าของได้ ส่วนการสื่อสารก็ใช้แอปพลิเคชั่นอย่าง “เทเลแกรม (Telegram)” ที่เชื่อกันว่าไม่สามารถถูกสอดแนมได้ แต่ความเชื่อนี้จะจริงซักแค่ไหน?
คอนแรด วู เจ้าของบริษัท Call4van ผู้ที่เป็นคนจุดชนวนให้เหล่าธุรกิจร่วมกันแสดงจุดยืนหยุดงานสนับสนุนผู้ประท้วง ผ่านการระดมพลออนไลน์เช่นเดียวกัน อธิบายให้ทีมข่าวพีพีทีวีถึงข้อเท็จจริงของแอปพลิเคชั่น “เทเลแกรม” ว่าสามารถถูกสะกดรอยได้รึไม่
สำหรับการสื่อสารทั่วไป คนฮ่องกงส่วนใหญ่ใช้ “วอตส์แอปป์” หรือแม้ แต่ “เฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์” แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ และช่วงปฏิวัติร่ม ปี 2014 เราหันไปใช้เทเลแกรม เพราะความสามารถในการซ่อนรหัส
ในภาพรวม “เทเลแกรม” มีลูกเล่นหลัก ที่ข้อความจะถูกลบโดยอัตโนมัติภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือเราไป และพยายามย้อนดูข้อความ พวกเขาจะไม่สามารถทำได้
ก็ขึ้นอยู่กับว่าใช้เครื่องมืออย่างไร ซึ่งมองว่าพวกเขาทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ในแง่หนึ่ง “เทเลแกรม” ก็ไม่ได้ปลอดภัยเท่าที่ควร เพราะว่าในการสื่อสารเป็นกลุ่ม ไม่ได้มีการซ่อนรหัส
แม้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสื่อสารผ่านห้องรวม ที่ นาย วู อธิบายว่าสามารถสะกดรอยได้ แต่การปกปิดการหารือของแกนนำหรือบุคคลวงใน ก็ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงสามารถวางแผนและเคลื่อนขบวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งอาจจะกลายเป็นพิมพ์เขียวของการเคลื่อนไหวทางการเมืองในโลกปัจจุบัน ที่การเมืองและการสื่อสารนั้นแยกออกจากกันยากขึ้นทุกๆ วัน