ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.ปราการ ปทะวาณิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) นำคณะตัวแทนนักศึกษาวิชาทหาร(นศท.) จำนวน 62 คน จาก 19 โรงเรียนในกทม.และปริมณฑล เข้าพบพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นพล.อ.อภิรัชต์ ได้นำคณะนศท. เดินลงมาถ่ายภาพหมู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบก ซึ่งมีหลายคนที่ขอถ่ายภาพคู่กับพล.อ.อภิรัชต์ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย
โดยพล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า วันนี้ได้คุยเปิดอกกับนศท.หลายเรื่อง และได้คุยกับผบ.นรด.จึงทราบว่านศท.มีจิตใจที่รักทหาร ซึ่งเราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทั้งสองทาง และได้รับทราบปัญหา เรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร เราต้องการให้น้องๆเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เติบโตมาในสังคมที่มีความเข้มแข็ง รับข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่ใช่รับข้อมูลจากสื่อโซเชียลเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญอยากให้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย
ทั้งนี้เพื่อให้เห็นว่ากว่าจะมีประเทศไทยในวันนี้มีความยากลำบากแค่ไหน และมีหลายคนที่ถามเรื่องการเกณฑ์ทหาร วันนี้ก็ได้คำตอบกันไปหมดแล้ว ถือว่าเป็นส่วนน้อยของทั้งหมดจาก 19 โรงเรียนที่มาในวันนี้ ทั้งนี้จะต้องมีการขยายผลต่อไป โดยเฉพาะหลักสูตรที่จะมีการปรับเรื่องการแต่งกายและทรงผม เนื่องจากนศท.ไม่ได้เป็นทหาร แต่เขาอยากใช้ชีวิตแบบทหาร ดังนั้นเราต้องสร้างกิจกรรมที่เป็นทหารให้มากขึ้น ที่สำคัญต้องส่งเสริมให้มีการรักสิ่งแวดล้อม นี่คือเยาวชนหลักที่มีประมาณ 300,000 กว่าคน ถือว่ามากกว่ากำลังพลของกองทัพบกทั้งหมด หากผ่านหลักสูตรการเรียนรด. ไม่ว่าทั้งผู้หญิงหรือผู้ชายคือกำลังหลักของชาติ เป็นเด็กที่มีความรักชาติ และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ ซึ่งทุกคนมีความเป็นจิตอาสา และเขาก็จะเป็นรด.จิตอาสาพระราชทาน 904 เป็นกำลังสำคัญเมื่อเกิดปัญหาภัยพิบัติที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือ
พล.อ.อภิรัชต์ ได้สอบถามนศท.ว่าใครไปสมัครเป็นจิตอาสามาแล้วบ้าง โดยนศท.ส่วนใหญ่ได้ยกมือว่าไปสมัครมาแล้ว พล.อ.อภิรัชต์ จึงกล่าวต่อว่า จะนำไปขยายผล ต้องเข้าใจว่านศท. ไม่ใช่กำลังของกองทัพบก แต่เข้ามาศึกษาวิชาทหาร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หลายคนที่เข้ามาไม่ใช่ว่าเข้ามาศึกษาวิชาทหาร เพราะไม่อยากเป็นทหาร แต่ที่สมัครมา เพราะอยากรู้ว่าทหารเป็นอย่างไร บางคนก็อยากเป็นพยาบาล หมอ และบางคนก็อยากเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ทุกคนมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป
เมื่อถามว่าในโซเชียลมีเด็กรุ่นใหม่ที่มีทั้งเอาทหารและไม่เอาทหาร พล.อ.อภิรัชต์ หันไปถามนศท.ว่า “ใครไม่เอาทหารบ้าง ขอให้ยกมือขึ้น” โดยนศท.ทั้งหมดไม่มีใครยกมือขึ้น
เมื่อถามว่าเรื่องการเทิดทูนสถาบันมีการพูดคุยกับนศท.อย่างไรบ้าง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตนได้ถามทุกคนและเขาก็บอกว่าได้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว แต่อยากให้โรงเรียนสอนประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะตระหนักดีว่ามีชาติไทยได้ทุกวันนี้ก็เพราะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนเชื่อว่านศท.กำลังจะเติบโตมาและผ่านการเลือกตั้ง เขาสามารถยอมรับด้วยตัวของเขาเอง จากที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เขาก็บอกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญยิ่งกับสังคมไทย ใครก็ตามที่ไม่นึกถึงแผ่นดินเกิด ไม่นึกถึงบุญคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่ควรที่จะอยู่ในประเทศ นี่คือคำพูดของนศท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.อภิรัชต์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคสช. ที่กำลังจะหมดวาระลง แต่ยังมีปัญหาเรื่องการจัดระเบียบสังคมอยู่
เมื่อถามว่า มีคนพยายามปั่นกระแสให้กองทัพกับรัฐบาลมีความแตกแยกกันพล.อ.อภิรัชต์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี
เมื่อถามว่ายังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า กองทัพสนับสนุนรัฐบาล เพราะกองทัพเป็นรัฐบาลทุกชุด
ผบ.ทบ. ชี้การเมืองวุ่นวาย ต้นเหตุทหารยึดอำนาจ ไม่รับรอง ไม่เกิดขึ้นอีก