ทีมข่าวพบข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และพบว่า มีข้อความประกาศ ซื้อขาย รวมถึงเช่าซื้อตู้คีบตุ๊กตาอย่างเปิดเผย
ผู้ประกอบการตู้คีบตุ๊กตารายหนึ่งอ้างว่า ตู้คีบตุ๊กตาที่ให้เช่าซื้อประกอบขึ้นในประเทศไทย ที่ผู้ซื้อสามารถออกแบบหรือสั่งทำได้ตามความชอบ นอกจากนั้น ยังมีบริการเช่าซื้อต่างๆ เช่น เช่ารายวัน และขายขาดเป็นต้น
หนึ่งในบริการที่น่าสนใจของผู้ประกอบการรายนี้ คือ การเช่าแบบแบ่งเปอร์เซ็นต์ ที่ผู้ประกอบการนำตู้มาวางในพื้นที่ของผู้เช่า หรือเจ้าของสถานที่วางตู้ โดยเดือนแรก เจ้าของสถานที่ จะได้ส่วนแบ่งจากเงินในตู้คีบ ร้อยละ 30 คือ หากในตู้คีบตุ๊กตามีเงิน 10,000 บาท เจ้าของสถานที่จะได้เงินส่วนแบ่ง 3,000 บาท แต่หากมีการต่อสัญญา ส่วนแบ่งการรับเงินจะเพิ่มขึ้น จนครบระยะเวลา1ปี ผู้เช่าจะได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ทั้งหมดสูงถึง ร้อยละ 55
ระหว่างที่ค้นหาข้อมูล ทีมข่าวยังพบเพิ่มเติมว่า มีผู้ประกอบการบางรายที่ระบุชัดเจนว่า นำเข้าตู้คีบตุ๊กตามาจากต่างประเทศ
ทีมข่าวจึงติดต่อสอบถามทันที เพราะก่อนหน้านี้ กรมศุลกากรออกมาระบุว่า การนำเข้าตู้คีบตุ๊กตาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ผู้ประกอบการรายนี้ ระบุว่า ตู้คีบตุ๊กตาที่มีนำเข้ามาจากประเทศจีน เสนอขายขาดในราคา35,000 บาท หากสนใจต้องจ่ายเงินค่ามัดจำ 2,000บาท จากนั้นบริษัทจะจัดให้ทันที
เมื่อสอบถามถึงความสุ่มเสี่ยงในการตรวจยึดเพราะไม่มีใบอนุญาติ ผู้ประกอบการรายนี้ ระบุชัดเจนว่าติดตั้งเพียงตู้เดียวไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตใดๆ แต่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจในพื้นที่แทน โดยอ้างว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้ประกอบการทำกัน
หลังได้ข้อมูลทั้งหมดทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจจุดตั้งตู้คีบตุ๊กตา ในชุมชนแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก พบว่า ใน 1ชุมชนมีจำนวนตู้คีบตุ๊กตาในลักษณะเดียวกันไม่น้อยกว่า 10 ตู้ บางจุดห่างกันไม่ถึง 50 เมตร
จากการสอบถามเจ้าของสถานที่ ที่ให้ตู้คีบตุ๊กตามาตั้งไว้ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่ามีตัวแทนจากบริษัทตู้คีบตุ๊กตา ที่อ้างว่าเป็นของประเทศจีน มาขอเช่าพื้นที่ เดือนละ1,500-2,000 บาท โดยที่เจ้าของสถานที่ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยว หรือ ดูแลรักษาตู้ จึงตัดสินใจให้เช่าเพราะมองว่าเป็นรายได้และไม่มีผลเสียและเมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่า การตั้งตู้คีบตุ๊กตาผิดกฎหมาย หลายคนแจ้งว่า ตัวแทนอ้างว่าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว