ข้อสงสัยนี้เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลทางการเมือง หลังนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ย้ายข้างไปสมัคร ส.ส.นครราชสีมา สังกัดพรรคพลังประชารัฐ จนไม่ถูกตำรวจติดตามจับกุมเพื่อนำตัวไปพบอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องได้ เหมือนผู้ต้องหาคนอื่นๆในคดีล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2552 จนล่าสุดคดีขาดอายุความไปแล้ว
จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ประกาศหวนกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง ในสีเสื้อฝั่งตรงข้ามคนเสื้อแดง ด้วยการเข้ากราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ"ย่าโม" เพื่อขอถอนคำสาบาน ที่เคยให้ไว้กับ"ย่าโม" ว่าจะเลิกเล่นการเมืองเด็ดขาดแล้ว นายสุภรณ์ ยังเดินสายหาเสียงมาตลอดตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป รวมทั้งพบปะกับแกนนำกลุ่มสามมิตร ตลอดเข้าร่วมประชุมผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่กรุงเทพมหานคร
ก่อนหน้านี้นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาชี้แจงว่า คดีนี้มีอายุความ 10 ปีตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 2552-11 เม.ย. 2562 โดยพนักงานสอบสวนได้สั่งฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายจักรภพ เพ็ญแข นายอดิศร เพียงเกษ และนายสุภรณ์ ฐานร่วมกันโฆษณาหรือประกาศให้ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้เลิกมั่วสุม สร้างความกระด้างกระเดื่องในหมูประชาชน มายังอัยการ เมื่อ 1 ส.ค. 2560
วันที่ 8 ก.พ. 2562 อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคน และนัดให้พนักงานสอบสวนนำตัวมาพบเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยาในวันที่ 25 ก.พ. แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดขอเลื่อน อัยการก็อนุญาตเป็นวันที่ 19 มี.ค. 2562
แต่วันที่ 15 มี.ค. นายสุภรณ์ขอเลื่อนอ้างว่าติดปราศรัยหาเสียง ส่วนคนอื่นๆ ยกเว้นนายจักรภพที่หลบหนีออกประเทศและนายอดิศรที่ติดหาเสียงเดินทางมาตามนัด อัยการจึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 2 เม.ย.ทนายความนายสุภรณ์ขอเลื่อนอีก แต่อัยการไม่อนุญาต พร้อมทำหนังสือด่วนถึง ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ ผบช.ภ.2 ให้จับกุมนายสุภรณ์มาส่งอัยการเพื่อฟ้องศาลภายในวันที่ 5 เม.ย. 2562
นายประยุทธ์ ย้ำว่า อัยการไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะผ่านไป 8 ปี อัยการถึงได้รับสำนวน และไม่สามารถสั่งฟ้องได้ทันทีทันใด เพราะกลุ่มผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมมาตลอด และทั้งนายณัฐวุฒิและนายจตุพรก็ขอเลื่อนคดีหลายครั้ง
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า รู้สึกทึ่งกับอภินิหารทางกฎหมาย ที่ปล่อยให้นายสุภรณ์หมดอายุความเพียงคนเดียว พร้อมอ้างว่ามีกระแสข่าวคนบางกลุ่มใช้ประเด็นช่วยเหลือเรื่องคดีความเพื่อชักชวน ส.ส.ไปอยู่พรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ พร้อมอ้างว่ากระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นไขต่อรองผลประโยชน์ต่างๆ
ส่วนนายสุภรณ์ ก็ตอบโต้นายณัฐวุฒิว่า บ้านเมืองไม่สงบเพราะคนแบบ "เต้น" พร้อมยืนยันว่าไม่มีใครช่วยเหลือทางคดีได้ ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการ เขาไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ แต่นายณัฐวุฒิกลับนำเรื่องกฎหมายมาเกี่ยวโยงกับการเมือง จนทำให้เกิดความวุ่นวาย