เมื่อวันที่ (30 มิ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดใจของ นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลางพรรคพลังประชารัฐ ที่เปิดเผยว่า มีคนในพรรคระดับผู้บริหาร ให้ข่าวโจมตีตัวเองอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีบางคนในพรรคเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้ที่มีสื่ออยู่ในมือ แต่กลับใช้ทำร้ายพวกกันเอง พร้อมอ้างว่าคนกลุ่มนี้รังแกอดีตกลุ่มสามมิตรอยู่ตลอด โดยเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้ นำข้อมูลเท็จไปพูดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี จนทำให้เปลี่ยนใจปรับโผ คณะรัฐมนตรี คือ จากที่มีชื่อของกลุ่มสามมิตร เป็น รัฐมนตรีช่วงว่าการกระทรวงการคลัง เป็นไม่มีชื่อรับตำแหน่งใดในคณะรัฐมนตรีชุดประยุทธ์ 2 / 1 ทั้งที่ผ่านมา ตัวเองเดินสายช่วยหาเสียงให้ จนพรรคประสบความสำเร็จ พร้อมระบุว่า หากไม่หยุดโจมตี จะออกมาแฉพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เป็นข่าวดังไปทั้งประเทศ
นายอนุชายังไม่เห็นด้วย หากนำเก้าอี้รัฐมนตรี กับ พรรคชาติพัฒนา เพราะ ช่วงเลือกตั้งถือเป็นคู่แข่งกัน เปรียบเทียบว่า เหมือนรบจนชนะ แต่ถูกแม่ทัพนำศัตรูที่รบชนะ มาตัดหัวพวกตัวเอง
ส่วนแสข่าวว่า อดีตกลุ่มสามมิตรจะย้ายขั้วหรือลาออกจากพรรคหากไม่ได้ตำแหน่ง รัฐมนตรีตามที่หวัง นายอนุชาบอกว่า เป็นการพูดที่เกินเลยไป แต่เชื่อว่า การทำงานของกลุ่มสามมิตร ภายในพรรคจากนี้จะยากขึ้น จึงหวังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ข้อมูลอีกด้าน และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะรับฟัง
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างร่วมการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (จี 20) ที่นครโอซากาประเทศญี่ปุ่น ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และหลังจากนั้นจะอยู่ในช่วง 15 วัน ที่จะต้องมีการแถลงนโยบาย ทั้งนี้ การเป็นรัฐมนตรีไม่อยากให้มองว่ากระทรวงใหญ่หรือกระทรวงเล็ก กระทรวงเกรดเอ กระทรวงเกรดบี เพราะว่ากระทรวงไม่ใช่บริษัทซึ่งทุกกระทรวงมีความสำคัญเท่ากันหมด การเป็นรัฐมนตรีอยากให้ดูความเหมาะสมถึงแม้ว่าจะเป็นโควตาของแต่ละพรรคการเมืองแต่ถ้าทำไม่ดีก็สามารถปรับเปลี่ยนได้
ล่าสุด นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากการประชุม จี 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว โดยไม่ได้ตอบคำถามกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชารัฐ และเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าแกนนำกลุ่มสามมิตรจะขอเข้าพบเพื่อหารือจะอนุญาตหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงว่าขอพักผ่อนก่อน