เมื่อวันที่ (6 ก.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิด เวลาประมาณ 02.50 น. แสดงให้เห็นตัวคนร้ายที่นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน หน้าห้ามสรรพสินค้าโลตัส อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยคนร้ายที่เข้ามาวางระเบิดมีคนเดียว ใช้ผ้าสีขาวปิดบังใบหน้า ซึ่งเมื่อนำวัตถุระเบิดไปวาง ก็รีบวิ่งออกไปทันที และเพียงประมาณ 4 – 5 วินาที หลังจากนั้น ระเบิดก็ทำงานทันที แต่ภาพจากกล้องอีกมุมหนึ่งก็มาพบว่า ยังมีกลุ่มคนร้ายอีกหนึ่งคน ขับรถจักรยานยนต์มารอรับหลังเกิเหตุ
ถัดมาอีก 1 นาที คือเวลาประมาณ 02.51 น. ที่บันทึกไว้ในกล้อง พบภาพคนร้ายวิ่งออกมาตามถนนของห้าง ก่อนจะลื่นล้มบนพื้นที่เปียกน้ำ และมีอีกหนึ่งคนใช้ผ้าสีขาวปิดบังใบหน้าเช่นกันขับรถจักรยานยนต์สีขาวเข้ามา ก่อนที่คนร้ายคนแรกจะวิ่งกลับไปดูตู้เอทีเอ็มที่ถูกระเบิด โดยรถจักรยานยนต์ขับตามไป จนเวลาประมาณ 06.00 น. ตำรวจ สภ.ขลุง จันทบุรี ได้รับแจ้งจากพรักงานห้างเทสโกโลตัส สาขา อ.ขลุง จ.จันทบุรี ว่ามีเหตุคนร้ายรอบวางระเบิดบริเวณหน้าห้างฯ
เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ พบตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน และตู้ขายกาแฟเสียหายรวม 3 ร้าน ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนของตู้เอทีเอ็มกระจายเต็มบริเวณลานจอดรถด้านหน้าห้างฯ และยังพบเศษเหล็กเส้นที่ใช้ทำการก่อสร้างถูกตัดเป็นท่อน ท่อนละประมาณ 1 – 2 นิ้ว เศษผ้าเทปพันสายไฟสีดำ
ส่วนบริเวณด้านหน้าตู้เอทีเอ็มแม้จะพังเสียหาย แต่ส่วนที่เป็นตู้เซฟเก็บเงิน ยังอยู่ในสภาพปกติ สังเกตเบื้องต้นคนร้ายไม่สามารถนำเงินออกไปได้ จากนั้นหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ ก่อนให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ
เบื้องต้น พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.ขลุง บอกถึงข้อสันนิษฐานเบื้อต้นว่า น่าจะเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ คนร้ายไม่น่าจะประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะสภาพของตู้เอทีเอ็มเสียหายเพียงด้านนอกจากแรงระเบิด ส่วนตู้เซพที่ใช้เก็บเงินยังไม่ถูกทำลาย พร้อมสั่งให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดจากตามสถานที่ต่างๆที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี
ขณะที่การประชุมวันนี้ พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่ติดตามคดี เปิดเผยว่าระเบิดที่คนร้ายพบเป็นระเบิดแรงดันต่ำ เป็นแบบเดียวกันกับพลุจุด ผลิตขึ้นเอง วิธีการจุด คือใช้ไฟจุดที่ชนวน
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ระบุอีกว่าคดีในลักษณะนี้เกิดขึ้นคล้ายกัน 2 ครั้งในพื้นที่อำเภอขลุง เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ด้านหน้าสหกรณ์เครดิตยูเนียนอิมั้ง เพิ่มพูนทรัพย์ จำกัด โดยลักษณะคนร้ายก็มีความคล้ายคลึงกัน ใและเชื่อว่าเป็นชุดเดียวกัน
เบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็นน้ำหนักไปที่ประสงค์ต่อทรัพย์เนื่องจาก พฤติการณ์คนร้ายได้วิ่งกลับมาดูหลังก่อเหตุระเบิด ส่วนประเด็นอื่นๆทั้งเรื่องของ การโกรธเคือง หรือ ก่อกวน ยังไม่ตัดทิ้ง ซึ่งในขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ติดตาม จากกล้องวงจรปิด และมุ่งเป้าหมายไปที่ ผู้ที่พ้นโทษ ที่อยู่ในพื้นที่ และติดตามรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ