ธนาคารโลก หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ 3.5% จาก 3.8% ห่วงรัฐบาลจัดตั้งช้า-ปัญหาเสถียรภาพ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ธนาคารโลก ปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยเติมโตเหลือ 3.5% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 3.8% เผยสาเหตุมาจากการส่งออกไทยที่ชะลอตัว และความเสี่ยงจากการเมืองที่จัดตั้งรัฐบาลล่าช้า และปัญหาเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ลุ้นครึ่งปีหลังการบริโภค-การลงทุนรัฐ หนุนจีดีพีโตแตะ 4%

วันนี้ (8 ก.ค.62) นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก เปิดเผยว่า จากรายงานตามติดเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุด ได้ปรับประมาณตัวเลขเศรษฐกิจไทยเติบโตเหลือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่ระดับ 3.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอลงจากปี 2561 ที่เติบโต 4.1 เปอร์เซ็นต์ และปรับประมาณการส่งออก-บริการเติบโต  2.2 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 5.7 เปอร์เซ็นต์ จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทั้งจากนอกและในประเทศ ได้แก่ ผลกระทบจากสงครามการค้าต่อการส่งออกของไทย และความเสี่ยงจากการเมืองไทยจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ทำให้งบประมาณ - การลงทุนภาครัฐ ต้องล่าช้า ออกไป รวมถึงหากมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล จนกระทั่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกก็จะส่งผลต่อโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้มีการลงนาม ซึ่งเป็นความเสี่ยงในระยะ  2-3  ปีข้างหน้า

โดยเศรษฐกิจไทยที่เติบโตชะลอตัวลงมาที่ 2.8 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสของปีนี้นั้น ถือเป็นการลดลงต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี  2558 ซึ่งเราให้น้ำหนักในประเทศมากกว่าปัจจัยภายนอกอย่างสงครามการค้าที่ส่งผลในวงกว้าง ไปทั่วโลก แต่ยังคาดหวังจีดีพีในครึ่งปีหลังจากนี้จะเติบโตได้ดีใกล้ ๆ 4 เปอร์เซ็นต์ จากกการบริโภคของภาคเอกชน และการลงทุน ภาครัฐ ส่วนประเด็นการส่งออกที่ลดลงนั้นก็เป็นโจทย์ของทางการที่ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการบริโภค และการลงทุนในประเทศ ให้สามารถชดเชยการส่งออกที่ลดลงได้ และควรเป็นการลงทุนที่นำไปสู่ผลิตผลให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์ในระยะยาวมากกว่าการกระตุ้นในระยะสั้น ๆ

นายเกียรติพงศ์  กล่าวต่อว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย  หรือ ธปท. ก็ต้องติดตามการเติบโต ของเศรษฐกิจไทย ไปพร้อม ๆ กับตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น หากมีการปรับดอกเบี้ยลงจะกดดันให้เกิดการก่อหนี้ครัวเรือนเพิ่มเติม ดังนั้นคาดว่า ธปท.อาจจะรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อน แต่หากในครึ่งปีหลังอุปสงค์ภายในประเทศ และการลงทุน ภาครัฐยังไม่เกิดตามคาด ธปท.ก็อาจจะมีความจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่เห็นถึงสาเหตุที่จะต้อง เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่า หากมองสภาพเศรษฐกิจมหภาคของไทยค่อนข้างแข็งแรงและเสถียรภาพมั่นคง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในพันธบัตรไทยที่มีเสถียรภาพ ทำให้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเงินบาทแข็งค่าที่สุดในภูมิภาค

ทั้งนี้ภาพรวมแล้วเศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่การเติบโตจะยังคงเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีหน้า เติบโต  3.6 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนั้น รายงานนี้ได้นำเสนอข้อแนะนำเรื่องการให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงที่จะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ  และยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำตามยุทธศาสตร์ชาติที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งในส่วนของธุรกิจฟินเทค ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนระบบนิเวศของฟินเทค เป็นเรื่องสำคัญมาก
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ